อยากเป็นหมอ เรียนแพทย์ ใช้คะแนน IELTS เท่าไร?

อยากเป็นหมอ เรียนแพทย์ ใช้คะแนน IELTS เท่าไร?

สำหรับน้องๆ ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นหมอ แน่นอนว่าคณะในฝันก็คงไม่พ้นแพทยศาสตร์ ปัจจุบันมีหลากหลายสถาบันด้วยกันที่เปิดรับสมัครเพื่อเข้าเรียนแพทย์ด้วยด้วยหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณทิต โดยโครงการรับสมัครนักศึกษาแพทย์ ก็มีหลายโครงการที่ระบุคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป และคะแนน IELTS ได้กลายเป็นหนึ่งในคุณสมบัติของบางโครงการที่รับสมัครเข้าศึกษาต่อในคณะแพทยศาสตร์ ครั้งนี้ทางบทความก็ได้รวบรวมคะแนน IELTS ในการสอบแพทย์ของแต่ละสถาบันมาฝาก เพื่อให้น้องๆ ได้พิชิตฝันจากคะแนนในส่วนนี้ได้

อยากเป็นหมอ เรียนแพทย์ ใช้คะแนน IELTS เท่าไร?

 

อยากเป็นหมอ เรียนแพทยศาสตร์รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล  

การเปิดรับสมัครสอบแพทย์รอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) จะต้องใช้คะแนน IELTS ประกอบการสมัคร โดยจะเปิดรับสมัครทั้งหมด 2 หลักสูตรด้วยกัน ได้แก่ หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรพ.บ. - วศ.ม. (วิศวกรรมชีวการแพทย์) ผู้สมัครจะต้องเลือกสมัครเข้าเรียนแพทย์หลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งเท่านั้น และจะต้องมีคะแนน IELTS ตั้งแต่ 6.5 ขึ้นไป การเปิดรับสมัครในรอบนี้ มักเปิดช่วงเดือนธันวาคม สอบสัมภาษณ์ช่วงเดือนมกราคม และประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 

 

อยากเป็นหมอ เรียนแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล  

ในรอบการรรับสมัครสอบแพทย์รอบที่ 2 หรือรอบโควตา (Quota) จะมีโครงการทุนมหิดลวิทยาจารย์ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลที่เปิดรับสมัคร ซึ่งต้องใช้คะแนน IELTS เป็นองค์ประกอบการในการสมัคร โดยต้องมีคะแนน IELTS 6.0 ขึ้นไป การเปิดรับสมัครในรอบนี้มักเปิดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ สอบสัมภาษณ์ช่วงเดือนเมษายน และประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาช่วงเดือนเมษายน

 

 

 

อยากเป็นหมอ เรียนแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การรับสมัครสอบแพทย์รอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ทางมหาวิทยาลัยเปิดรับสมัครเพื่อเข้าเรียนแพทย์ในโครงการรับสมัครสอบคัดเลือกนักเรียนที่มีความถนัดทางภาษาอังกฤษ โดยกำหนดเกณฑ์การใช้คะแนน IELTS อยู่ที่ 7.0 ขึ้นไป กำหนดการที่ผ่านมามักเปิดรับสมัครช่วงเดือนธันวาคม สอบสัมภาษณ์ช่วงเดือนมกราคม และประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาช่วงเดือนกุมภาพันธ์

 

 

อยากเป็นหมอ เรียนแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีโครงการเปิดรับสมัครเพื่อเข้าเรียนแพทย์ด้วยคะแนน IELTS เช่นกัน โดยจะเปิดรับสมัครในรอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) เพื่อเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต (ภาคภาษาอังกฤษ ) กำหนดเกณฑ์การใช้คะแนน IELTS 6.5 ขึ้นไป รับสมัครช่วงเดือนธันวาคม สอบสัมภาษณ์ช่วงเดือนมกราคม ประกาศผลช่วงเดือนมีนาคม

 

 

อยากเป็นหมอ เรียนแพทยศาสตร์รามาธิบดี วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์จุฬาภรณ์

วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์จุฬาภรณ์  เปิดรับสมัครสอบแพทย์ที่ใช้คะแนน IELTS ในรอบที่ 2 หรือรอบโควตา (Quota) ภายใต้โครงการปณิธานจุฬาภรณ์ กำหนดเกณฑ์การใช้คะแนน IELTS 7.0 ขึ้นไป กำหนดการปีที่ผ่านมามักจะเปิดรับสมัครช่วงเดือนกุมภาพันธ์ สอบสัมภาษณ์ช่วงเดือนมีนาคม ประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาต่อช่วงเดือนเมษายน

 

อยากเป็นหมอ เรียนแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีโครงการผลิตแพทย์เพิ่มร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา ที่เปิดรับสมัครสอบแพทย์ด้วยคะแนน IELTS โดยจะเปิดรับในรอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ผู้สมัครต้องมีคะแนน IELTS 5.0 ขึ้นไป จึงจะมีคุณสมบัติที่ตรงกับข้อกำหนด ปีที่ผ่านมาเปิดรับสมัครช่วงเดือนธันวาคม สอบสัมภาษณ์ช่วงเดือนมกราคม และประกาศผลช่วงเดือนกุมภาพันธ์

 


 

 

อยากเป็นหมอ เรียนแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดรับสมัครเพื่อเข้าเรียนแพทย์ในรอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ซึ่งต้องใช้คะแนน IELTS แบ่งออกเป็น 2 โครงการ ได้แก่ โครงการเรียนดีภาษาอังกฤษ มีข้อกำหนดว่าจะต้องมีคะแนน IELTS 6.5 ขึ้นไป และโครงการเรียนดีโอลิมปิก มีข้อกำหนดว่าจะต้องมีคะแนน IELTS 6.0 ขึ้นไป โดยจะเปิดรับสมัครช่วงเดือนธันวาคม สอบสัมภาษณ์ช่วงเดือนมกราคม และประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาช่วงเดือนมกราคม

ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลรายละเอียดเรื่องของการรับสมัครเพื่อเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยมีคะแนน IELTS เป็นองค์ประกอบการในการสมัคร ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันออกไปตามข้อมูลที่กล่าวไว้ในข้างต้น น้องๆ คนไหนสนใจอยากเรียนแพทย์ เพื่อมีความประสงค์ที่จะสอบแพทย์ แนะนำว่าการสอบ IELTS เพื่อให้มีคะแนนติดตัวไว้ ก็เป็นใบเบิกทางที่น่าสนใจไม่น้อย

 

ตารางแสดงข้อมูลแบบสรุป

สถาบัน IELTS ขั้นต่ำ รอบการสมัครที่ใช้คะแนน IELTS
แพทยศาสตร์รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 6.5 รอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)
แพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล 6.0 รอบที่ 2 โควตา (Quota)
แพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 7.0 รอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)
แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 6.5 รอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)
แพทยศาสตร์รามาธิบดี วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์จุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล 7.0 รอบที่ 2 โควตา (Quota)
แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 5.0 รอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)
แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 6.5 รอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)

 

เอกสารที่ต้องใช้ในการสมัคร

  1. รูปถ่าย (ขนาดตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด)
  2. สำเนาบัตรประชาชน
  3. สำเนาทะเบียนบ้าน
  4. Portfolio (กรณีสมัครรอบที่ 1)
  5. เอกสารรับรองคุณวุฒิการศึกษา
  6. เอกสารแสดงผลการเรียน
  7. ใบคะแนน IELTS
  8. อื่นๆ ตามที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดเพิ่มเติม

 

คะแนน IELTS คืออะไร?

คะแนน IELTS มาจากการสอบวัดระดับทักษะทางภาษา โดยจะวัดทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ ทักษะการฟัง ทักษะการพูด ทักษะการอ่าน และทักษะการเขียน (Listening, Speaking, Reading และ Writing) เป็นการทดสอบภาษาอังกฤษระดับนานาชาติ เป็นที่ยอมรับในการศึกษาต่อ ณ ประเทศออสเตรเลีย อังกฤษ สิงคโปร์ และนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ยังพบว่าได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา นอกจากการใช้เพื่อศึกษาต่อ ยังสามารถใช้ประกอบการสมัครงานได้อีกด้วย

 

ประโยชน์ของคะแนน IELTS

โดยส่วนมากการใช้คะแนน IELTS มักมีจุดประสงค์สำคัญคือการยื่นเข้าศึกษาต่อทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยเฉพาะการยื่นเข้าศึกษาต่อสถาบันต่างประเทศ แต่ในประเทศไทยเองก็มีหลายสถาบันกำหนดคุณสมบัติเกี่ยวกับคะแนน IELTS เอาไว้เช่นกัน โดยเฉพาะการศึกษาต่อภาคอินเตอร์ แต่นอกนั้นยังพบว่าภาคการศึกษาปกติ บางคณะก็กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำคะแนน IELTS เอาไว้ อย่างเช่นคณะแพทยศาสตร์ ที่ทางบทความรวบรวมเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำของแต่ละสถาบันมาฝากในครั้งนี้ 
 

หมายเหตุ ข้อมูลที่รวบรวมมาเป็นข้อมูลจากปีการศึกษาล่าสุด (2563) โดยกำหนดการและรายละเอียดต่างๆ อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปีการศึกษา สามารถติดตามข้อมูลอัพเดตได้จากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยนั้นๆ

 

✅ อยากเข้าคณะแพทย์ศาสตร์
✅ อยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยดัง
✅ อยากสอบติดตั้งแต่รอบแรก
✅ ต้องมีคะแนน IELTS ติดไว้

  • คอร์ส IELTS ครูเจี๊ยบติวจัดให้ครบทั้ง Listening/Reading/Writing/Speaking
  • ติวละเอียดรูปแบบข้อสอบทุกแบบที่ต้องเจอ ไม่ต้องเสียเวลางมเอง
  • เทคนิคการทำโจทย์แบบที่ต่างกันเช่น การทำโจทย์แบบ Yes/No/Not Given
  • วิธีเก็งคำตอบ และ pattern ในการเขียน และพูด
  • ตรวจ แนะนำงานเขียน (จากในคอร์ส) ฟรี!
  • ครูเจี๊ยบมีประสบการณ์ติว IELTS มายาวนานกว่า 20 ปี

 

สอบถามคอร์สเรียนและโปรโมชั่น

โทร : 061-392-0053

ทดลองเรียนฟรี!! คลิกเลย

 

โดย Wowprae.m
สินค้าที่เกี่ยวข้อง