รวมข้อมูลสอบ IELTS ที่ต้องรู้

รวมข้อมูลการสอบ IELTS ครบทุกเรื่อง

การสอบ IELTS คืออะไร❓ สอบไปทำอะไร❓ ต้องเลือกสอบแบบไหน❓ และเริ่มต้นยังไงดี❓ หน้านี้รวบรวมข้อมูลข้อสอบ วิธีการสมัคร และเทคนิคการเตรียมตัวสอบ IELTS มาให้ครบแล้ว!

การสอบ IELTS คืออะไร?

back to top กลับสู่ด้านบน

ข้อสอบ IELTS คืออะไร?

ข้อสอบ IELTS นั้นมีความท้าทาย และถือว่ายากพอสมควร เพราะวัดทั้ง 4 ทักษะ (Writing/Listening/Reading/Speaking) และในแต่ละพาร์ท รูปแบบข้อสอบ (format) ก็จะมีหลากหลาย แตกต่างกันด้วย ดังนั้นก่อนที่คิดจะไปสอบ ต้องรู้จักรูปแบบข้อสอบกันก่อนว่า เข้าห้องสอบไปแล้ว จะเจอข้อสอบหน้าตาแบบไหน? โจทย์จะให้เราทำอะไรบ้าง?

การ สอบ IELTS นั้นจะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ IELTS Academic และ IELTS General Training โดยตัวข้อสอบจะมีความแตกต่างในเรื่องของระดับความยาก-ง่ายของเนื้อหาในพาร์ท Reading และ Writing ส่วนพาร์ท Listening และ Speaking นั้นจะสอบเหมือนกันทั้งสองแบบ

 

การสอบ IELTS UKVI คืออะไร?

หลายคนจะงงเวลาสมัครสอบ เพราะจะมีให้เลือกด้วยว่าจะสอบแบบปกติ (IELTS Regular) หรือแบบ IELTS for UKVI ซึ่งแบบหลังนี้จะสำหรับไว้ใช้ยื่นสมัครวีซ๋าของสหราชอาณาจักร (UK) และการตรวจคนเข้าเมือง เช่นเดียวกับการสอบ IELTS Life Skills ที่เป็นการสอบสำหรับการยื่นสมัครวีซ่าย้ายถิ่นฐานเช่นกัน โดยการสอบ IELTS for UKVI นั้น ตัวข้อสอบและรูปแบบจะแบ่งเป็น Academic และ General Training เหมือนการสอบ IELTS Regular เลย ดังนั้นส่วนมากแล้ว คนจะนิยมสอบแบบ IELTS Regular (Academic) เพราะโดยรวมสามารถใช้ได้ครอบคลุมกว่า ***ทั้งนี้ก่อนจะสมัครสอบ ควรตรวจสอบกับองค์กร มหาวิทยาลัยที่จะยื่นคะแนนให้ดีว่าต้องการผลสอบประเภทไหน***

ข้อมูลเพิ่มเติม IELTS for UKVI


ต้องสอบ IELTS แบบไหน?
ต้องดูที่จุดประสงค์ของเราว่าต้องการ คะแนน IELTS ไปใช้ “ทำอะไร” เช่นเรียนต่อในระดับปริญญาตรีขึ้นไป หรือต้องการสอบเพื่อนำผลคะแนนไปยื่นย้ายไปอยู่ต่างประเทศ เป็นต้น **ทั้งนี้ให้ตรวจสอบกับสถาบัน องค์กร หรือหน่วยงานที่ต้องการสมัครหรือยื่นเอกสารให้ดี ว่าต้องใช้คะแนน IELTS แบบไหน
 

ลองดูสรุปความแตกต่างระหว่าง IELTS Academic และ IELTS General Training ได้จากตารางด้านล่างเลยค่ะ

IELTS Academic

IELTS General Training

• สำหรับศึกษาต่อต่างประเทศ (ตรี/โท/เอก)

• สำหรับศึกษาต่อต่างประเทศในระดับที่ต่ำกว่าปริญญา

• สำหรับทำงาน ที่ต้องการทักษะภาษาขั้นสูง

• สำหรับไปทำงานที่ต่างประเทศ หรือเข้าคอร์สอบรม

 

• สำหรับย้ายถิ่นฐานไปอาศัยในประเทศออสเตรเลีย 
   แคนาดา  นิวซีแลนด์ และอังกฤษ

ความแตกต่างของข้อสอบ

IELTS Listening

**เหมือนกันทั้ง Academic – General**
[30 นาที/40 ข้อ] มีทั้งหมด 4 sections
Section 1: บทสนทนาระหว่าง 2 คน เนื้อเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน
Section 2: บทพูด 1 คน เกี่ยวกับเรื่องทั่วไปเช่น แนะนำศูนย์กีฬาในชุมชน
Section 3: บทสนทนาสูงสุด 4 คน เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาหรือการฝึกอบรมต่างๆ เช่นถกเรื่องรายงานที่อาจารย์สั่ง
Section 4: บทพูด 1 คน เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเรื่องวิชาการเช่น เล็คเชอร์ในมหาวิทยาลัย

**เหมือนกันทั้ง Academic – General**
[30 นาที/40 ข้อ] มีทั้งหมด 4 sections
Section 1: บทสนทนาระหว่าง 2 คน เนื้อเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน
Section 2: บทพูด 1 คน เกี่ยวกับเรื่องทั่วไปเช่น แนะนำศูนย์กีฬาในชุมชน
Section 3: บทสนทนาสูงสุด 4 คน เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาหรือการฝึกอบรมต่างๆ เช่นถกเรื่องรายงานที่อาจารย์สั่ง
Section 4: บทพูด 1 คน เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเรื่องวิชาการเช่น เล็คเชอร์ในมหาวิทยาลัย

IELTS Reading

[60 นาที/40 ข้อ] 3 บทความทางวิชาการ หัวข้อหลากหลายเช่น วิทยาศาสตร์, ธรรมชาติ, ประวัติศาสตร์, การท่องเที่ยว, เศรษฐกิจ เป็นต้น โดยโจทย์ทั้ง 40 ข้อจะมีลักษณะที่ต่างกันออกไปคือ
1. Multiple Choice
2. True/False/Not Given หรือ Yes/No/Not Given
3. Fill-in
4. Short-answer
5. Matching
6. Sentence Completion

ระดับเนื้อหา และความยาวของบทความจะยาว และยากกว่าแบบ General Training

[60 นาที /40 ข้อ] แบ่งเป็น 3 sections โดยบทความจะสั้นกว่า และเนื้อหาจะง่ายกว่าแบบ Academic

Section 1: ‘Social Survival’ เป็นบทความสั้นๆ เกี่ยวกับเรื่องในชีวิตประจำวันเช่น ประกาศ, ใบโฆษณา, ตารางข้อมูลต่างๆ

Section 2: ‘Workplace Survival’ บทความจะเกี่ยวข้องกับบริบทการทำงานมากขึ้นเช่น ข้อมูลตำแหน่งงาน, ข้อมูลเกี่ยวกับการอบรมพนักงาน

Section 3: ‘General Reading’ ใน section นี้บทความจะยาวที่สุด โดยเนื้อเรื่องจะกว้างขึ้น ระดับภาษายากขึ้น

ลักษณะโจทย์จะหลากหลายเหมือนกันคือ
1. Multiple Choice
2. True/False/Not Given หรือ Yes/No/Not Given
3. Fill-in
4. Short-answer
5. Matching
6. Sentence Completion

IELTS Writing

[60 นาที/2 Tasks]

Task 1 (150 words): บรรยาย graph, chart, diagram โดยควรใช้เวลาประมาณ 20 นาทีสำหรับงานเขียนชิ้นนี้ ลักษณะการเขียนคือเขียนตามข้อมูลที่เห็น เปรียบเทียบข้อมูล หรือบรรยาย trend หรือการทำงานของระบบ

Task 2 (250 words): โจทย์จะตั้งหัวข้อมาให้ เพื่อให้เราเขียนแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่โจทย์ให้มา โดยจะมีทั้งเห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย, ให้อภิปรายทั้งสองมุมแล้วแสดงความเห็น, แสดงความเห็นในการแก้ปัญหาต่างๆ เป็นต้นชิ้นนี้ควรเผื่อเวลาประมาณ 40 นาทีในการเขียน

[60 นาที/2 Tasks]

Task 1 (150 words): โจทย์จะให้สถานการณ์สมมติมา ให้เราเขียนจดหมายตอบโต้ โดยอาจเป็นได้ทั้งเขียนแบบไม่เป็นทางการ, กึ่งทางการ, แบบทางการ เช่นเขียนจดหมายหาเจ้าหน้าที่หอพักถึงปัญหาห้องพักของมหาวิทยาลัย หรือเขียนจดหมายเพื่อแนะนำบุคคลในชุชมที่ควรได้รับรางวัล เป็นต้น

Task 2 (250 words): โจทย์จะตั้งหัวข้อเป็นเรื่องทั่วๆ ไป ให้เราเขียนแสดงความคิดเห็น แสดงวิธีการแก้ปัญหา หรืออภิปรายมุมมองต่างๆ หัวข้อเช่น กิจกรรมสันทนาการของเด็ก ควรบรรจุการการเรียนของโรงเรียนไหม เป็นต้น

IELTS Speaking

**เหมือนกันทั้ง Academic – General**

[ไม่เกิน 15 นาที] จะแบ่งออกเป็น 3 parts คือ

Part 1: เป็นการถามเรื่องส่วนตัว ทั่วๆ ไปเช่นครอบครัว โรงเรียน ที่ทำงาน เพื่อน สิ่งที่ชอบ

Part 2: จะได้รับ card ที่เป็นคำถาม พร้อมประเด็นให้พูด โดยให้เวลาเตรียมตัว 1 นาที และพูดอีก 2 นาที

Part 3: กรรมการจะถามคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อที่เราได้จาก Part 2 ซึ่งคำถามในพาร์ทนี้จะเป็นแนวให้พูดถึงความคิดเห็น ไอเดีย (คือเป็นคำตอบที่นามธรรมมากขึ้น)

**เหมือนกันทั้ง Academic – General**

[ไม่เกิน 15 นาที] จะแบ่งออกเป็น 3 parts คือ

Part 1: เป็นการถามเรื่องส่วนตัว ทั่วๆ ไปเช่นครอบครัว โรงเรียน ที่ทำงาน เพื่อน สิ่งที่ชอบ

Part 2: จะได้รับ card ที่เป็นคำถาม พร้อมประเด็นให้พูด โดยให้เวลาเตรียมตัว 1 นาที และพูดอีก 2 นาที

Part 3: กรรมการจะถามคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อที่เราได้จาก Part 2 ซึ่งคำถามในพาร์ทนี้จะเป็นแนวให้พูดถึงความคิดเห็น ไอเดีย (คือเป็นคำตอบที่นามธรรมมากขึ้น)

 

 

 

สอบ IELTS แบบ Paper และ Computer

back to top กลับสู่ด้านบน

ปัจจุบันการสอบ IELTS นั้นเราสามารถเลือกได้ว่าจะสอบแบบ 'กระดาษ' (IELTS Paper-based) หรือแบบ 'คอมพิวเตอร์' (IELTS Computer-Delivered)

โดยการสอบทั้งสองแบบนั้น รูปแบบข้อสอบ และระดับความยาก-ง่ายของเนื้อหาจะเหมือนกัน และการสอบส่วน IELTS Speaking นั้นจะยังสอบกับ IELTS Examiner เหมือนเดิม (สอบพูดกับคน ไม่ใช่คอมพิวเตอร์) 

 

แล้วเราควรจะเลือกสอบแบบไหนดีกว่ากัน?

คำตอบคือขึ้นอยู่กับความถนัด และสะดวกของแต่ละคน เช่นบางคนถนัดอ่าน และเขียนบนกระดาษ ก็เลือกสอบ Paper-based ดีกว่า แต่ถ้าใครถนัดพิมพ์มากกว่า การสอบ Computer-Delivered ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจค่ะ ทั้งนี้สถานที่สอบ และรอบสอบของทั้งสองแบบจะแตกต่างกันออกไปด้วย ลองดูสรุปข้อมูลความแตกต่างระหว่าง IELTS Paper-based กับ IELTS Computer-Delivered ได้ด้านล่างเลยค่ะ

IELTS Paper-based

IELTS Computer-Delivered

1. Listening/Reading/Writing สอบบนกระดาษ

*Speaking สอบกับกรรมการ (face-to-face)

1. Listening/Reading/Writing สอบบนคอมพิวเตอร์

*Speaking สอบกับกรรมการ (face-to-face)

2. Listening มีเวลา 30+10 นาที

- 30 นาที สำหรับการทำข้อสอบ
- 10 นาที สำหรับ transfer คำตอบไปกระดาษคำตอบ

2. Listening มีเวลา 30+2 นาที

- 30 นาที สำหรับทำข้อสอบ
- 2 นาที สำหรับตรวจคำตอบ
- เป็นการฟัง พร้อมพิมพ์คำตอบไปพร้อมๆ กัน

*มีกระดาษเปล่า ดินสอ ยางลบให้

3. Reading ทำบนกระดาษ

- แยกเป็นกระดาษคำถาม และกระดาษคำตอบ

3. Reading ทำบนคอมพิวเตอร์

- หน้าจอจะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง บทความอยู่ซ้าย ส่วนทางขวาจะเป็นโจทย์ที่ต้องทำ
- สามารถลากคลุมข้อความเพื่อ highlight หรือ note ได้
- สามารถตั้งค่าขนาดตัวอักษร และสีพื้นหลังให้อ่านง่าย

*มีกระดาษเปล่า ดินสอ ยางลบให้

4. Writing ทำบนกระดาษ

- ต้องนับคำเอง (ให้ครบตามจำนวนที่กำหนด)
- ลายมือควรเขียนให้อ่านง่าย ชัดเจน

4. Writing ทำบนคอมพิวเตอร์

- เหมาะกับคนถนัดพิมพ์
- มีระบบนับคำอัตโนมัติ
- สามารถ copy & paste ข้อความได้

*มีกระดาษเปล่า ดินสอ ยางลบให้

5. รอบสอบน้อยกว่าแบบ Computer

- ต้องวางแผนจองรอบสอบให้ดี

5. รอบสอบมากกว่าแบบ Paper-based

- เปิดสอบเกือบทั้งเดือน (ทั้ง British Council และ IDP)

6. รับผลคะแนนภายใน 14 วัน

6. ผลคะแนนออกเร็วกว่า (ภายใน 5 วัน)

7. ศูนย์สอบ IELTS Paper-based

IDP

- Westminster (อโศก)
- Wall Street English (ลาดพร้าว)
- โรงแรมตวันนา
- AUA (จามจุรี แสควร์)
-CP Tower

British Council

- โรงแรม Landmark
- Westminster (อโศก)

*ขึ้นอยู่กับรอบสอบที่เลือก และตรวจสอบให้ดีว่าการสอบ Speaking นั้นอยู่ที่เดียวกันหรือคนละสถานที่

7. ศูนย์สอบ IELTS Computer-Delivered

IDP

- CP Tower ชั้น 4

British Council

- จามจุรี แสควร์ ชั้น 24

8. ค่าสมัครสอบ IELTS Papaer-based
*สำหรับการสอบ IELTS Regular

IDP: 6,900 บาท
British Council: 6,900 บาท

8. ค่าสมัครสอบ IELTS Computer-Delivered
*สำหรับการสอบ IELTS Regular

IDP: 7,500 บาท
British Council: 6,900 บาท

 

ตัวอย่างการทำข้อสอบ IELTS บน Computer

IELTS Computer-Delivered (Introduction)

 

IELTS Computer-Delivered (Listening)

 

IELTS Computer-Delivered (Reading)

 

IELTS Computer-Delivered (Writing)

หน้าตาข้อสอบ IELTS Listening

back to top กลับสู่ด้านบน

หน้าตาข้อสอบ IELTS เป็นอย่างไร?

ข้อสอบ IELTS นั้นจะมีรูปแบบที่หลากหลายมาก ไม่ใช่แค่แบบ "1 คำถาม 4 ตัวเลือก" แบบที่เราคุ้นเคยกัน เพราะจะมีทั้งการเติมคำในประโยค แผนภาพ flowchart หรือตาราง และยังมีการจับคู่คำตอบด้วย ดังนั้นถ้าไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไป ก็มีโอกาสที่จะทำไม่ได้ ทำไม่ทันแน่ๆ

ลองไปดูหน้าตาข้อสอบของแต่ละทักษะกันเลยค่ะ

LISTENING SECTION
 

จำนวนข้อ นาที
40

30

(+10 นาที สำหรับ transfer คำตอบ ในการสอบแบบ Paper-based)
(+2 นาที สำหรับตรวจคำตอบ ในการสอบแบบ Computer-Delivered)


ข้อสอบ Listening ของ IELTS นั้นจะแบ่งออกเป็น 4 sections ซึ่งเทปเสียงของแต่ละ section นั้นก็จะมีความยากง่าย เนื้อเรื่องต่างกัน
 

Section 1 บทสนทนา 2 คนคุยกัน หัวข้อเป็นเรื่องทั่วๆ ไป
Section 2

บทพูดคนเดียว (monologue) หัวข้อเรื่องทั่วๆ ไป เช่นแนะนำ local facilities

Section 3 บทสนทนาหลายคน (สูงสุด 4 คน) หัวข้อยากขึ้น เช่นการถกกันระหว่างอาจารย์ กับนักศึกษาในหัวข้อทางวิชาการ
Section 4 บทพูดคนเดียว (monologue) หัวข้อทางวิชาการ เช่นการบรรยายในระดับมหาวิทยาลัย

 

รูปแบบคำถามใน ข้อสอบ IELTS Listening

IELTS Listening สรุปให้เข้าใจง่ายๆ จะมีทั้งหมด 5 แบบ

1. Completing information/Labelling

รูปแบบนี้จะเป็นการเติมข้อมูล หรือใส่ข้อมูลในรูปภาพให้สมบูณ์ โดย format ที่เป็นการเติมข้อมูลจะมีทั้ง

  • Plan
    แผนผังห้อง อาคารต่างๆ โดยให้ใส่ว่าจุดไหนเรียกว่าอะไร

 


 

  • Picture diagram
    ไดอะแกรมของโครงสร้างเช่น พวกเครื่องจักร หรือกลไกการทำงานต่างๆ


  • Map
    แผนที่เมือง ถนน

  • Form
    ฟอร์มเช่น ฟอร์มการเช่ารถ ฟอร์มจองทัวร์ หรืออื่นๆ โดยจะเป็นการกรอกข้อมูลพวกชื่อ เบอร์โทร ระยะเวลา ราคา และอื่นๆ

  • Note
    โน๊ตสรุปเนื้อหาเช่น เนื้อหาเป็นการบรรยายในมหาวิทยาลัย ตัวโน๊ตก็จะเป็นการสรุปเนื้อหาออกมาเป็น bullet points หรือสรุปข้อความเป็นข้อๆ

  • Table
    ตารางสรุปข้อมูลต่างๆ

  • Flow-chart
    ขั้นตอน กระบวนการต่างๆ ที่ชัดเจน

  • Summary
    เนื้อหาสรุปส่วนมากจะเป็นการสรุปเนื้อหาจากบทบรรยายเชิงวิชาการ

2. Multiple-choice

รูปแบบหลายตัวเลือก ให้เลือกคำตอบ ซึ่งปกติเราจะชินว่าให้เลือกคำตอบเดียวเท่านั้นในข้อสอบส่วนใหญ่ แต่ใน IELTS นั้นจะมีทั้ง

  • ให้เลือก 1 คำตอบ จาก 3 ตัวเลือก
  • ให้เลือก 2 หรือ 3 คำตอบ จาก 5 ตัวเลือก

3. Matching

รูปแบบนี้เป็นการจับคู่ information เช่น

  • ชื่อคน กับ ideas
  • ประเภทหัวข้อ กับ ข้อมูล
  • โครงสร้างเครื่องจักร กับ ชื่อเรียกส่วนประกอบ

4. Sentence Completion

เป็นการเติมคำลงในประโยคให้สมบูรณ์ โดยอิงจากสิ่งที่ได้ยินในเนื้อหา

5. Short-answer question

รูปแบบนี้จะเป็นคำถามสั้นๆ แล้วให้เขียนตอบ (ส่วนมากไม่เกิน 3 คำ และตัวเลข) โดยคำถามมักจะเป็นการถามรายละเอียดต่างๆ

หน้าตาข้อสอบ IELTS Reading

back to top กลับสู่ด้านบน

READING SECTION (Academic)
 

จำนวนข้อ นาที
40

60

 

สำหรับข้อสอบ IELTS Reading แบบ Academic นั้น จะมีทั้งหมด 3 passages (ซึ่งแต่ละอันยาวมาก) มาพร้อมกับรูปแบบคำถามที่หลากหลายเหมือนกับคำถามในส่วน Listening
 

 

ข้อสอบ IELTS Reading วัดอะไร?

IELTS Reading นั้นจะเป็นการวัดทักษะการอ่านหลายๆ รูปแบบเช่น

  • การอ่านเพื่อหาแก่นของเรื่อง
  • การอ่านเพื่อหาใจความ
  • การอ่านเพื่อหาข้อมูล รายละเอียด
  • ทักษะการอ่านแบบ Skimming (รู้ว่าต้องมองหาคำตอบที่ตรงไหน ไม่ได้อ่านทั้งหมดทีละบรรทัด)
  • การอ่านเพื่อหาความรู้สึก ความคิดเห็น จุดประสงค์ของผู้เขียน
     

รูปแบบคำถามใน ข้อสอบ IELTS Reading

1. Fill-in

เป็นการเติมคำลงในช่องว่าง ตารางต่างๆ โดยจะมีรูปแบบย่อยๆ อีกเช่น

  • summary (เติมคำในบทสรุปเนื้อหาย่อ)

  • note (เติมคำลงในสรุปโน๊ตจากเรื่อง)

  • table (เติมคำลงในตาราง)

  • flow-chart (เติมคำลงในภาพขั้นตอน กระบวนการต่างๆ)

  • diagram (เติมคำลงในภาพ ชี้ส่วนประกอบต่างๆ เช่นเครื่องจักร อุปกรณ์บางส่วน)

2. Short-answer Questions

เป็นคำถามสั้นๆ ให้ตอบคำถาม โดยส่วนมากจะเป็นพวกรายละเอียดต่างๆ โดยให้เราหาคำจาก text ที่อ่านมาเติม ซึ่งต้องอ่านคำสั่งดีๆ เช่นกันว่าให้เติมได้กี่คำ
 

3. Multiple-choice

  • เลือก 1 คำตอบ จาก 4 ตัวเลือก
  • เลือก 2 คำตอบ จาก 5 ตัวเลือก
  • เลือก 3 คำตอบ จาก 7 ตัวเลือก

4. True/False/Not Given หรือ Yes/No/Not Given

รูปแบบนี้ โจทย์จะให้ประโยค (Statements) มา แล้วให้เราเลือกว่าข้อมูลไหนที่เป็นความจริง ไม่จริง หรือไม่มีข้อมูลระบุ ซึ่งต้องอิงจากเนื้อหาที่เราอ่าน

หรืออีกแบบคือให้ข้อมูลมา แล้วให้เลือกว่าตรง หรือไม่ตรงกับ Views/Claims ของผู้เขียน หรือว่าไม่ได้ระบุ


 

5. Matching

  • information (ให้ข้อมูลมา กับตัวอักษรกำกับ paragraphs ให้เลือกว่าข้อมูลนี้อยู่ใน paragraph ไหน)

  • headings (จับคู่หัวเรื่องกับ paragraph ซึ่งหัวเรื่องก็คือ main ideas ของแต่ละ paragraph นั่นเอง)

  • features (มี list ชื่อ กับข้อมูลมาให้เช่น ชื่อนักวิทยาศาสตร์ ให้จับคู่กับข้อมูล)

  • sentence endings (มีส่วนหนึ่งของประโยคมาให้ และตัวเลือกจะเป็นส่วนท้าย ให้จับคู่เพื่อให้แต่ละประโยคสมบูรณ์)

6. Sentence Completion

เติมคำลงในประโยคเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์ โดยต้องอ่านคำสั่งดีๆ ว่าให้เติมไม่เกินกี่คำ เช่น

  • ‘NO MORE THAN THREE WORDS AND/OR A NUMBER from the passage’
  • ‘ONE WORD ONLY’ or ‘NO MORE THAN TWO WORDS’

 

หน้าตาข้อสอบ IELTS Writing

back to top กลับสู่ด้านบน

WRITING SECTION (Academic)

จำนวน Task เวลา
2 Tasks 60 นาที

 

Task 1 (150 words)

ในการเขียน Task 1 นั้น ควรใช้เวลา ไม่เกิน 20 นาที เพราะควรแบ่งเวลาไปโฟกัสกับ Task 2 ที่ต้องเขียนยาวกว่า และสัดส่วนคะแนนก็มากกว่าด้วย
IELTS Writing Task 1 นั้นมีลักษณะดังนี้

  • ให้ภาพกราฟ ชาร์ท หรือตารางข้อมูล และตัวเลข เพื่อให้เขียนบรรยายตามข้อมูลที่เห็น
  • หรืออาจเป็นภาพไดอะแกรมของเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือกระบวนการ และให้เขียนบรรยายการใช้งาน
  • ให้เขียนถึงภาพรวม และ main features ของข้อมูล รวมถึง points อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • อาจจะไม่ต้องเขียน points เล็ก หรือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทั้งหมด ให้เลือกเขียนถึงข้อมูลที่เห็นได้ชัด และสำคัญที่สุด

ตัวอย่างโจทย์ Writing Task 1

Task 2 (250 words)

ส่วนนี้โจทย์จะเป็นการให้ประเด็นมา Task นี้ควรใช้เวลา ไม่เกิน 40 นาที โจทย์จะบอกชัดเจนว่าให้เราเขียนแสดงอะไรเช่น

  • Discuss both these views and give your own opinion. (เขียนถึงทั้งสองไอเดียที่ให้มา พร้อมแสดงความเห็นตัวเอง)
  • To what extent do you agree or disagree with this opinion? (ต้องเลือกว่าเห็นด้วยหรือไม่ พร้อมให้เหตุผล)
  • causes/effects/solutions (ให้เขียนถึงสาเหตุ ผล หรือวิธีการแก้ปัญหาจากโจทย์)
  • answer questions (เขียนเพื่อตอบคำถาม)

ตัวอย่างโจทย์ Writing Task 2

ในส่วนของ IELTS Writing Section นั้น นอกจากต้องเขียนให้ได้ตามจำนวนคำที่กำหนดแล้ว ยังต้องคำนึงถึง

  • ความเกี่ยวข้อง สัมพันธ์กันของคำตอบกับสิ่งที่โจทย์ถามหรือต้องการ
  • ต้องเขียนเป็นประโยคเต็มๆ ห้ามเขียนแบบเป็น bullet points หรือเป็น note
  • หากคำตอบที่เขียนไป หลุดประเด็น หรือไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่โจทย์ถาม ก็จะถูกตัดคะแนน (ถึงแม้ว่าจะเขียนถูกหลักไวยากรณ์ และใช้โครงสร้างได้ดีก็ตาม)

หน้าตาข้อสอบ IELTS Speaking

back to top กลับสู่ด้านบน

SPEAKING SECTION

จำนวน Part เวลา
3 Parts 11-14 นาที

Speaking Section นี้จะวัดการใช้ภาษาพูด โดยผู้สอบจะได้รับการทดสอบจากกรรมการที่เป็นเจ้าของภาษา ที่จะเป็นถามคำถาม และทำการทดสอบ Speaking Skill ของเรา โดยการสอบจะแบ่งเป็น 3 พาร์ทที่ต่อเนื่องกันคือ

Part 1 Introduction and interview: จะเริ่มถามจากเรื่องทั่วไปเช่น ครอบครัว, งาน, การเรียน, หรือความชอบส่วนตัว (พาร์ทนี้ใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที)
Part 2 Long turn: ผู้สอบจะได้รับการ์ดคำถามที่มีหัวข้อกำหนดมาให้ มีเวลาเตรียมตัว 1 นาที และต้องพูดเกี่ยวกับหัวข้อที่ได้มาเป็นเวลา 2 นาที
Part 3 Discuss: กรรมการจะถามคำถามเพิ่มเติมจากหัวข้อที่ให้มาใน Part 2 โดยลักษณะคำถามจะเกี่ยวข้องกับไอเดีย ความคิดเห็น เพื่อทดสอบการพูดในเชิงนามธรรมมากขึ้น ตอบคำถามในเชิงลึกขึ้น (พาร์ทนี้ใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที)

 

ตัวอย่างคำถามใน IELTS Speaking Part 1

Hometown (บ้านเกิด)

I’d just like to ask you some questions about your hometown.

  • Where is your hometown?
    (บ้านเกิดคุณอยู่ที่ไหน)
  • What was it like growing up there?
    (คุณเติบโตที่นั่น มันเป็นอย่างไรบ้าง)
  • Has it changed much since you were a child?
    (มันเปลี่ยนไปเยอะไหม ตั้งแต่ตอนคุณยังเด็ก)
  • What do you like most about living there?
    (คุณชอบอะไรที่สุด ตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น)
  • What kinds of things can visitors to your hometown go and see?
    (นักท่องเที่ยวชอบไปที่ไหน หรือเยี่ยมชมอะไรบ้าง เมื่อไปที่บ้านเกิดของคุณ)
  • Do you think you will live there when you are older?
    (คุณคิดว่าคุณจะอาศัยอยู่ที่นั่นไหม หากคุณอายุมากขึ้น)

 

Studies (การเรียน)

I’d just like to ask you some questions about your studies.

  • What are you studying?
    (คุณกำลังเรียนด้านไหนอยู่)
  • Why did you choose that particular course?
    (ทำไมถึงเลือกเรียนวิชานั้น/สาขานั้น)
  • What is your favourite subject?
    (วิชาโปรดของคุณคืออะไร)
  • Are you friends with many other students on your course?
    (คุณมีเพื่อนที่เรียนด้วยกันเยอะไหม)
  • What job would you like when you have completed all your studies?
    (ถ้าเรียนจบแล้ว อยากทำงานประเภทไหน)
  • Will you have to do further studies in the future?
    (ในอนาคต คุณต้องเรียนต่อไหม)

 

ตัวอย่างคำถามใน IELTS Speaking Part 2

Sport and Exercise (กีฬา และการออกกำลังกาย)

Describe a type of exercise that you like to do. (อธิบายการออกกำลังกายที่คุณอยากทำ)

You should say:

  • What the exercise is (อยากลองออกกำลังกายอะไร)
  • When you do it  (ทำเมื่อไร)
  • Where you do it (ทำที่ไหน)

Explain why you like this particular exercise. (อธิบายว่าทำไมถึงชอบการออกกำลังกายประเภทนี้)


Travel (การท่องเที่ยว)

Describe a country you would like to visit in the future that you haven't been to yet.
(อธิบายประเทศที่คุณไม่เคยไป และอยากไปเที่ยวในอนาคต)

You should say:

  • Which country it is (ประเทศไหน)
  • Where it is located in the world (อยู่ส่วนไหนของโลก)
  • What you could see there (จะได้เห็นอะไรบ้างที่นั่น)

Explain why this country is would be such a good place to visit. (อธิบายว่าทำไมถึงอยากจะไปประเทศนั้นๆ และเป็นประเทศที่น่าไปเที่ยวเพราะอะไร)

 

ตัวอย่างคำถามใน IELTS Speaking Part 3

Transport (การขนส่ง)

  • How do most people travel long distances in your country?
    (คนส่วนใหญ่ในประเทศของคุณเดินทางไกลๆ ด้วยวิธีไหน)
  • Have the types of transport people use changed much over the last few decades?
    (วิธีการเดินทางของผู้คนเปลี่ยนไปเยอะไหม ในช่วงยี่สิบ สามสิบปีที่ผ่านมา)
  • What kinds of improvement have there been in transport in your country in recent years?
    (ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในประเทศของคุณมีการพัฒนาด้านระบบขนส่งอะไรบ้าง)
  • Do you think transport is likely to continue to improve in the future?
    (คุณคิดว่าระบบขนส่งน่าจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องไหมในอนาคต)


Education (การศึกษา)

  • How are education priorities today different from those in the past?
    (ลำดับความสำคัญด้านการศึกษาในปัจจุบัน แตกต่างจากในอดีตอย่างไร)
  • What is your opinion on the way languages are taught in schools?
    (คุณมีความเห็นอย่างไรถึงวิธีการสอนภาษาในโรงเรียน)
  • How can the type of school you go to affect career success?
    (ประเภทของโรงเรียนที่คุณเข้าเรียนมีผลกับความสำเร็จด้านอาชีพการงานในอนาคตอย่างไรบ้าง)
  • What changes do you think will happen in the classroom in the near future?
    (การเปลี่ยนแปลงอะไรที่คุณคิดว่าจะเกิดขึ้นในห้องเรียน ในอนาคตอันใกล้นี้)

วิธีการสมัครสอบ IELTS

back to top กลับสู่ด้านบน

วิธีการสมัครสอบ

IDP (Paper-based: 6,900 บาท / Computer-Delivered: 7,500 บาท)

1. เข้าเว็บไซต์ https://my.ieltsessentials.com/ เพื่อสมัคร

2. เลือกประเภทการสอบ IELTS ที่ต้องการ

ฝั่งซ้ายจะเป็น IELTS Regular (มีทั้ง Academic – General) ฝั่งขวาสำหรับ IELTS for UKVI (มีทั้ง Academic - General)
*ถ้ามหาวิทยาลัย หน่วยงาน องค์กรที่เราจะยื่นคะแนน ไม่ได้ require UKVI โดยเฉพาะ ก็เลือกแบบ Regular ได้เลย

3. เลือกข้อมูลตามที่ขึ้นบนหน้าจอ

เลือกประเทศ จังหวัด ประเภทข้อสอบ (Academic – General) และหากต้องการความช่วยเหลือในการสอบ (สำหรับผู้พิการ) ให้เลือกข้อมูลด้วย ถ้าไม่มีปล่อยไว้ให้เป็น None

4. เลือกสถานที่สอบที่ต้องการ

ถ้าต้องการสอบแบบ Computer-Delivered ให้ดูสัญลักษณ์ด้านหลังที่เป็นสีแดง (รูปคอมพิวเตอร์) ซึ่งของ IDP การสอบแบบคอมพิวเตอร์จะสอบที่อาคาร CP Tower

5. เลือกรอบสอบ Listening/Reading/Writing

ปกติในแต่ละวันจะมีรอบสอบ 2 รอบคือ 9:00 AM และ 2:00 PM พอเลือกแล้วจะมีขึ้นสรุปรายละเอียดการสอบที่เราเลือกไป (รอบสอบ Speaking จะเลือกแยกต่างหากในหน้าถัดไป)

6. เลือกรอบสอบ Speaking

ให้เลือกรอบสอบ Speaking ที่ต้องการ *ให้สังเกตด้านบนจะมีบอกว่าให้มาถึงศูนย์สอบไม่เกินกี่โมง (เช่นเลือกรอบบ่ายสอง ควรไปถึงไม่เกินบ่ายโมงครึ่ง)

7. สร้าง account

พอเลือกรอบเรียบร้อยแล้ว ระบบจะให้เราสร้าง account โดยให้กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ก่อนจะไปในขั้นตอนการชำระเงินค่าสอบต่อไป

 

วิธีการสมัครสอบ IELTS (British Council)

British Council (Paper-based: 6,900 บาท / Computer-Delivered: 6,900 บาท)

- การสมัครสอบแบบ Computer-Delivered

1. เข้าไปที่เว็บไซต์ https://ieltsregistration.britishcouncil.org/test-chooser

2. เลือกประเภทของ IELTS ที่ต้องการสอบ (Academic หรือ General Training)

3. เลือกประเทศ และเดือนที่ต้องการสอบ

4. เลือกจังหวัด และศูนย์สอบ

ซึ่งถ้าเป็นการสอบแบบ Computer-Delivered ก็จะมีศูนย์สอบเฉพาะที่กรุงเทพ (จามจุรี แสควร์ ชั้น 24)

5. เลือกวันสอบ และรอบเวลาสอบ

6. เลือกรอบสอบ Speaking

หน้านี้จะขึ้นสรุปข้อมูลการสอบของเรา (ที่เลือกไป) พร้อมให้เลือกรอบสอบ Speaking (ซึ่งอาจจะเป็นวันเดียวกัน หรือคนละวันกัน ตามที่รอบสอบมีเปิด)

7. สร้าง account เพื่อไปชำระเงินค่าสอบต่อไป

- การสมัครสอบแบบ Paper-based

ข่าว/เทคนิคแนะนำ
back to top กลับสู่ด้านบน

FREE! แจกชีทความรู้ IELTS เก็บไว้อ่าน อัพคะแนน!

FREE! แจกชีทความรู้ IELTS เก็บไว้อ่าน อัพคะแนน!

รวมชีทติว IELTS ศัพท์ ข้อสอบ เทคนิคต่างๆ รีบมาโหลดเก็บไว้อ่านกันได้เลย!


ศัพท์ IELTS ที่สะกดกันผิดบ่อยสุด!

ศัพท์ IELTS ที่สะกดกันผิดบ่อยสุด!

รวมศัพท์ IELTS ที่สะกดผิดบ่อย! มาเช็คกันเราสะกดผิดรึเปล่า?


7 ทุนเรียนต่างประเทศมาถึงแล้ว!! IELTS 6.5 สมัครด่วน!!

7 ทุนเรียนต่างประเทศมาถึงแล้ว!! IELTS 6.5 สมัครด่วน!!

มีทั้งปริญญาตรี-โท-เอก !! ที่ประเทศอังกฤษ-เยอรมัน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ สมัครด่วนภายใน 2019 เท่านั้น !!