รวมข้อมูลสอบ IELTS ที่ต้องรู้

รวมข้อมูลการสอบ IELTS ที่ต้องรู้!

การสอบ IELTS คืออะไร❓ สมัครสอบ IELTS ยังไง❓ เลือกสอบ Academic หรือ General Training❓ ข้อสอบ IELTS หน้าตาเป็นยังไง❓ ในหน้านี้เราได้รวบรวมข้อมูลพร้อมสรุปความรู้เกี่ยวกับ IELTS มาให้ครบแล้ว!

การสอบ IELTS คืออะไร?

back to top กลับสู่ด้านบน

IELTS คืออะไร?

IELTS เป็นการสอบวัดระดับทางภาษาอังกฤษ ที่เป็นมาตรฐานสากลและนิยมใช้กันทั่วโลก โดย IELTS ย่อมาจาก International English Language Testing System 

ข้อสอบ IELTS นั้นมีความท้าทาย และถือว่ายากพอสมควร เพราะวัดทั้ง 4 ทักษะ (Writing/Listening/Reading/Speaking) และในแต่ละพาร์ท รูปแบบข้อสอบ (format) ก็จะมีหลากหลาย แตกต่างกันด้วย ดังนั้นก่อนที่คิดจะไปสอบ ต้องรู้จักรูปแบบข้อสอบกันก่อนว่า เข้าห้องสอบไปแล้ว จะเจอข้อสอบหน้าตาแบบไหน? โจทย์จะให้เราทำอะไรบ้าง?

การสอบ IELTS นั้นจะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ IELTS Academic และ IELTS General Training โดยตัวข้อสอบจะมีความแตกต่างในเรื่องของระดับความยาก-ง่ายของเนื้อหาในพาร์ท Reading และ Writing ส่วนพาร์ท Listening และ Speaking นั้นจะสอบเหมือนกันทั้งสองแบบ

 

การสอบ IELTS UKVI คืออะไร?

หลายคนจะงงเวลาสมัครสอบ เพราะจะมีให้เลือกด้วยว่าจะสอบแบบปกติ (IELTS Regular) หรือแบบ IELTS for UKVI ซึ่งแบบหลังนี้จะสำหรับไว้ใช้ยื่นสมัครวีซ่าของสหราชอาณาจักร (UK) และการตรวจคนเข้าเมือง เช่นเดียวกับการสอบ IELTS Life Skills ที่เป็นการสอบสำหรับการยื่นสมัครวีซ่าย้ายถิ่นฐานเช่นกัน โดยการสอบ IELTS for UKVI นั้น ตัวข้อสอบและรูปแบบจะแบ่งเป็น Academic และ General Training เหมือนการสอบ IELTS Regular แต่จะต่างกันที่ในใบรายงานผลจะขึ้นศูนย์สอบที่ได้รับการรับรองว่าจัดสอบแบบ UKVI ด้วย ทั้งนี้เพื่อให้สามารถนำไปใช้ยื่นขอวีซ่าได้  ***ก่อนจะสมัครสอบ ควรตรวจสอบกับองค์กร มหาวิทยาลัยที่จะยื่นคะแนนให้ดีว่าต้องการผลสอบประเภทไหน***

ข้อมูลเพิ่มเติม IELTS for UKVI

 


เลือกสอบ IELTS แบบ Academic หรือ General Training?

ก่อนอื่นต้องดูที่จุดประสงค์ของเราว่าต้องการ คะแนน IELTS ไปใช้ “ทำอะไร” เช่นเรียนต่อในระดับปริญญาตรีขึ้นไป หรือต้องการสอบเพื่อนำผลคะแนนไปยื่นย้ายไปอยู่ต่างประเทศ เป็นต้น **ทั้งนี้ให้ตรวจสอบกับสถาบัน องค์กร หรือหน่วยงานที่ต้องการสมัครหรือยื่นเอกสารให้ดี ว่าต้องใช้คะแนน IELTS แบบไหน

ลองดูสรุปความแตกต่างระหว่าง IELTS Academic และ IELTS General Training ได้จากตารางด้านล่างเลยค่ะ

IELTS Academic

IELTS General Training

• สำหรับศึกษาต่อต่างประเทศ (ตรี/โท/เอก)

• สำหรับศึกษาต่อต่างประเทศในระดับที่ต่ำกว่าปริญญา

• สำหรับทำงาน ที่ต้องการทักษะภาษาขั้นสูง

• สำหรับไปทำงานที่ต่างประเทศ หรือเข้าคอร์สอบรม

 

• สำหรับย้ายถิ่นฐานไปอาศัยในประเทศออสเตรเลีย 
   แคนาดา  นิวซีแลนด์ และอังกฤษ

ความแตกต่างของข้อสอบ

IELTS Listening

**เหมือนกันทั้ง Academic – General**
[30 นาที/40 ข้อ] มีทั้งหมด 4 sections
Section 1: บทสนทนาระหว่าง 2 คน เนื้อเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน
Section 2: บทพูด 1 คน เกี่ยวกับเรื่องทั่วไป เช่น แนะนำศูนย์กีฬาในชุมชน
Section 3: บทสนทนาสูงสุด 4 คน เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาหรือการฝึกอบรมต่างๆ เช่นการถกเรื่องรายงานที่อาจารย์สั่ง
Section 4: บทพูด 1 คน เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเรื่องวิชาการ เช่น เล็คเชอร์ในมหาวิทยาลัย

**เหมือนกันทั้ง Academic – General**
[30 นาที/40 ข้อ] มีทั้งหมด 4 sections
Section 1: บทสนทนาระหว่าง 2 คน เนื้อเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน
Section 2: บทพูด 1 คน เกี่ยวกับเรื่องทั่วไป เช่น แนะนำศูนย์กีฬาในชุมชน
Section 3: บทสนทนาสูงสุด 4 คน เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาหรือการฝึกอบรมต่างๆ เช่นการถกเรื่องรายงานที่อาจารย์สั่ง
Section 4: บทพูด 1 คน เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเรื่องวิชาการ เช่น เล็คเชอร์ในมหาวิทยาลัย

IELTS Reading

[60 นาที/40 ข้อ] บทความทางวิชาการ 3 เรื่องที่มีหัวข้อที่หลากหลาย เช่น วิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยว เศรษฐกิจ เป็นต้น โดยโจทย์ทั้ง 40 ข้อจะมีลักษณะที่ต่างกันออกไปตามรูปแบบต่างๆ คือ
1. Multiple Choice
2. True/False/Not Given หรือ Yes/No/Not Given
3. Fill-in
4. Short-answer
5. Matching
6. Sentence Completion

ระดับเนื้อหา และความยาวของบทความจะยาว และยากกว่าแบบ General Training

[60 นาที /40 ข้อ] แบ่งเป็น 3 sections โดยบทความจะสั้นกว่า และเนื้อหาจะง่ายกว่าแบบ Academic

Section 1: ‘Social Survival’ เป็นบทความสั้นๆ เกี่ยวกับเรื่องในชีวิตประจำวันเช่น ประกาศ ใบโฆษณา ตารางข้อมูลต่างๆ

Section 2: ‘Workplace Survival’ บทความจะเกี่ยวข้องกับบริบทการทำงานมากขึ้นเช่น ข้อมูลตำแหน่งงาน ข้อมูลเกี่ยวกับการอบรมพนักงาน

Section 3: ‘General Reading’ ใน section นี้บทความจะยาวที่สุด โดยเนื้อเรื่องจะกว้างขึ้น ระดับภาษายากขึ้น

ลักษณะโจทย์จะหลากหลายเหมือนกันคือ
1. Multiple Choice
2. True/False/Not Given หรือ Yes/No/Not Given
3. Fill-in
4. Short-answer
5. Matching
6. Sentence Completion

IELTS Writing

[60 นาที/2 Tasks]

Task 1 (150 words): บรรยาย graph, chart, diagram โดยควรใช้เวลาประมาณ 20 นาทีสำหรับงานเขียนชิ้นนี้ ลักษณะการเขียน คือ เขียนตามข้อมูลที่เห็น เปรียบเทียบข้อมูล การบรรยาย trend หรือการทำงานของระบบ

Task 2 (250 words): โจทย์จะตั้งหัวข้อมาให้ เพื่อให้เราเขียนแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่โจทย์ให้มา โดยจะมีทั้งเห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย, ให้อภิปรายทั้งสองมุมแล้วแสดงความเห็น แสดงความเห็นในการแก้ปัญหาต่างๆ เป็นต้นชิ้นนี้ควรเผื่อเวลาประมาณ 40 นาทีในการเขียน

[60 นาที/2 Tasks]

Task 1 (150 words): โจทย์จะให้สถานการณ์สมมติมา ให้เราเขียนจดหมายตอบโต้ โดยอาจเป็นได้ทั้งเขียนแบบไม่เป็นทางการ กึ่งทางการ แบบทางการ  เช่น เขียนจดหมายหาเจ้าหน้าที่หอพักถึงปัญหาห้องพักของมหาวิทยาลัย หรือเขียนจดหมายเพื่อแนะนำบุคคลในชุชมที่ควรได้รับรางวัล เป็นต้น

Task 2 (250 words): โจทย์จะตั้งหัวข้อเป็นเรื่องทั่วๆ ไป ให้เราเขียนแสดงความคิดเห็น แสดงวิธีการแก้ปัญหา หรืออภิปรายมุมมองต่างๆ หัวข้อ เช่น กิจกรรมสันทนาการของเด็ก ควรบรรจุการการเรียนของโรงเรียนไหม เป็นต้น

IELTS Speaking

**เหมือนกันทั้ง Academic – General**

[ไม่เกิน 15 นาที] จะแบ่งออกเป็น 3 parts คือ

Part 1: เป็นการถามเรื่องส่วนตัว ทั่วๆ ไปเช่นครอบครัว โรงเรียน ที่ทำงาน เพื่อน สิ่งที่ชอบ

Part 2: จะได้รับ cue card ที่เป็นคำถาม พร้อมประเด็นให้พูด โดยให้เวลาเตรียมตัว 1 นาที และพูดอีก 2 นาที

Part 3: กรรมการจะถามคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อที่เราได้จาก Part 2 ซึ่งคำถามในพาร์ทนี้จะเป็นแนวให้พูดถึงความคิดเห็น ไอเดีย (คือเป็นคำตอบที่นามธรรมมากขึ้น)

**เหมือนกันทั้ง Academic – General**

[ไม่เกิน 15 นาที] จะแบ่งออกเป็น 3 parts คือ

Part 1: เป็นการถามเรื่องส่วนตัว ทั่วๆ ไปเช่นครอบครัว โรงเรียน ที่ทำงาน เพื่อน สิ่งที่ชอบ

Part 2: จะได้รับ cue card ที่เป็นคำถาม พร้อมประเด็นให้พูด โดยให้เวลาเตรียมตัว 1 นาที และพูดอีก 2 นาที

Part 3: กรรมการจะถามคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อที่เราได้จาก Part 2 ซึ่งคำถามในพาร์ทนี้จะเป็นแนวให้พูดถึงความคิดเห็น ไอเดีย (คือเป็นคำตอบที่นามธรรมมากขึ้น)

คอร์สเรียน IELTS 4 skills การันตี Band 7.0+ ✅

เรียน IELTS 4 ทักษะ ติว IELTS กับครูเจี๊ยบประสบการณ์กว่า 20 ปี การันตี 7.0

ทดลองติวฟรี กดที่ภาพด้านบนได้เลยค่ะ

✅ อยากเข้าคณะอินเตอร์
✅ อยากเรียนต่อต่างประเทศ 
✅ ต้องมีคะแนน IELTS อย่างน้อย 7.0 UP+

  • คอร์ส IELTS ครูเจี๊ยบติวจัดให้ครบทั้ง Listening/ Speaking/ Reading/ Writing
  • ติวละเอียดรูปแบบข้อสอบทุกแบบที่ต้องเจอ ไม่ต้องเสียเวลางมเอง
  • เทคนิคการทำโจทย์แบบที่ต่างกันเช่น การทำโจทย์แบบ Yes/ No/ Not Given ฯลฯ
  • วิธีเก็งคำตอบ และ วิธีเขียนตอบแต่ละ pattern ทั้งในการเขียน และการพูด
  • ตรวจ แนะนำงานเขียน (จากในคอร์ส) ฟรี!
  • ครูเจี๊ยบมีประสบการณ์ติว IELTS มายาวนานกว่า 25 ปี

‍‍‍‍‍‍ ‍‍ ‍‍‍‍‍‍ ‍‍
ทดลองติว IELTS 4 skills ฟรี!! [Click]

 

 

สอบ IELTS แบบ Paper และ Computer

back to top กลับสู่ด้านบน

ในปัจจุบัน การสอบ IELTS นั้นเราสามารถเลือกได้ว่าจะสอบแบบ 'กระดาษ' (IELTS Paper-based) หรือแบบ 'คอมพิวเตอร์' (IELTS Computer-delivered)

โดยการสอบทั้งสองแบบนั้น รูปแบบข้อสอบ และระดับความยาก-ง่ายของเนื้อหาจะเหมือนกัน และในการสอบส่วน IELTS Speaking นั้นจะยังสอบกับ IELTS Examiner เหมือนเดิม (สอบพูดกับคน ไม่ใช่คอมพิวเตอร์) 

 

แล้วเราควรจะเลือกสอบแบบไหนดีกว่ากัน?

คำตอบคือขึ้นอยู่กับความถนัด และสะดวกของแต่ละคน เช่น บางคนถนัดอ่าน และเขียนบนกระดาษ ก็เลือกสอบ Paper-based ดีกว่า แต่ถ้าใครถนัดพิมพ์มากกว่า การสอบ Computer-Delivered ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจค่ะ ทั้งนี้สถานที่สอบ และรอบสอบของทั้งสองแบบจะแตกต่างกันออกไปด้วย ลองดูสรุปข้อมูลความแตกต่างระหว่าง IELTS Paper-based กับ IELTS Computer-delivered ได้ด้านล่างเลยค่ะ

IELTS Paper-based

IELTS Computer-delivered

1. Listening/Reading/Writing สอบบนกระดาษ

*Speaking สอบกับกรรมการ (face-to-face)

1. Listening/Reading/Writing สอบบนคอมพิวเตอร์

*Speaking สอบกับกรรมการ (face-to-face)

2. Listening มีเวลา 30+10 นาที

- 30 นาที สำหรับการทำข้อสอบ
- 10 นาที สำหรับ transfer คำตอบไปกระดาษคำตอบ

2. Listening มีเวลา 30+2 นาที

- 30 นาที สำหรับทำข้อสอบ
- 2 นาที สำหรับตรวจคำตอบ
- เป็นการฟัง พร้อมพิมพ์คำตอบไปพร้อมๆ กัน

*มีกระดาษเปล่า ดินสอ ยางลบให้

3. Reading ทำบนกระดาษ

- แยกเป็นกระดาษคำถาม และกระดาษคำตอบ

3. Reading ทำบนคอมพิวเตอร์

- หน้าจอจะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง บทความอยู่ซ้าย ส่วนทางขวาจะเป็นโจทย์ที่ต้องทำ
- สามารถลากคลุมข้อความเพื่อ highlight หรือ note ได้
- สามารถตั้งค่าขนาดตัวอักษร และสีพื้นหลังให้อ่านง่าย

*มีกระดาษเปล่า ดินสอ ยางลบให้

4. Writing ทำบนกระดาษ

- ต้องนับคำเอง (ให้ครบตามจำนวนที่กำหนด)
- ลายมือควรเขียนให้อ่านง่าย ชัดเจน

4. Writing ทำบนคอมพิวเตอร์

- เหมาะกับคนถนัดพิมพ์
- มีระบบนับคำอัตโนมัติ
- สามารถ copy & paste ข้อความได้

*มีกระดาษเปล่า ดินสอ ยางลบให้

5. รอบสอบน้อยกว่าแบบ Computer

- ต้องวางแผนจองรอบสอบให้ดี

5. รอบสอบมากกว่าแบบ Paper-based

- เปิดสอบเกือบทั้งเดือน (ทั้ง British Council และ IDP)

6. รับผลคะแนนภายใน 14 วัน

6. ผลคะแนนออกเร็วกว่า (ภายใน 5 วัน)

7. ศูนย์สอบ IELTS Paper-based

IDP

- Westminster (อโศก)
- Wall Street English (ลาดพร้าว)
- โรงแรมตวันนา
- AUA (จามจุรี แสควร์)
-CP Tower

British Council

- โรงแรม Landmark
- Westminster (อโศก)

*ขึ้นอยู่กับรอบสอบที่เลือก และตรวจสอบให้ดีว่าการสอบ Speaking นั้นอยู่ที่เดียวกันหรือคนละสถานที่

7. ศูนย์สอบ IELTS Computer-delivered

IDP

- CP Tower ชั้น 4

British Council

- จามจุรี แสควร์ ชั้น 24

8. ค่าสมัครสอบ IELTS Papaer-based

IELTS Regular

IDP: 7,200 บาท
British Council: 6,900 บาท

IELTS UKVI

IDP: 7,710 บาท
British Council: 7,710 บาท

IELTS Life Skills (A1, B1)

IDP: 6,200 บาท
ฺBritish Council: 5,800 บาท

8. ค่าสมัครสอบ IELTS Computer-delivered

IELTS Regular

IDP: 7,500 บาท
British Council: 6,900 บาท

IELTS UKVI

IDP: 7,710 บาท
British Council: 7,710 บาท

IELTS Life Skills (A1, B1)

IDP: 6,200 บาท
ฺBritish Council: 5,800 บาท

 

ตัวอย่างการทำข้อสอบ IELTS บน Computer (Conputer-delivered)

IELTS Computer-delivered (Introduction)

 

IELTS Computer-delivered (Listening)

 

IELTS Computer-delivered (Reading)

 

IELTS Computer-delivered (Writing)

หน้าตาข้อสอบ IELTS Listening

back to top กลับสู่ด้านบน

หน้าตาข้อสอบ IELTS เป็นอย่างไร?

ข้อสอบ IELTS นั้นจะมีรูปแบบที่หลากหลายมาก ไม่ใช่แค่แบบ "1 คำถาม 4 ตัวเลือก" แบบที่เราคุ้นเคยกัน เพราะจะมีทั้งการเติมคำในประโยค แผนภาพ flowchart หรือตาราง และยังมีการจับคู่คำตอบด้วย ดังนั้นถ้าไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไป ก็มีโอกาสที่จะทำไม่ได้ ทำไม่ทันแน่ๆ

ลองไปดูหน้าตาข้อสอบของแต่ละทักษะกันเลยค่ะ

LISTENING SECTION
 

จำนวนข้อ เวลา (นาที)
40

30

(+10 นาที สำหรับ transfer คำตอบ ในการสอบแบบ Paper-based)
(+2 นาที สำหรับตรวจคำตอบ ในการสอบแบบ Computer-delivered)


ข้อสอบ Listening ของ IELTS นั้นจะแบ่งออกเป็น 4 sections ซึ่งเทปเสียงของแต่ละ section นั้นก็จะมีความยากง่าย เนื้อเรื่องต่างกัน
 

Section 1 บทสนทนา 2 คนคุยกัน หัวข้อเป็นเรื่องทั่วๆ ไป
Section 2

บทพูดคนเดียว (monologue) หัวข้อเรื่องทั่วๆ ไป เช่น แนะนำ local facilities

Section 3 บทสนทนาหลายคน (สูงสุด 4 คน) หัวข้อยากขึ้น เช่น การถกกันระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาในหัวข้อทางวิชาการ
Section 4 บทพูดคนเดียว (monologue) หัวข้อทางวิชาการ เช่น การบรรยายในระดับมหาวิทยาลัย

 

รูปแบบคำถามใน ข้อสอบ IELTS Listening

IELTS Listening สรุปให้เข้าใจง่ายๆ จะมีทั้งหมด 5 แบบ

1. Completing Information/Labelling

รูปแบบนี้จะเป็นการเติมข้อมูล หรือใส่ข้อมูลในรูปภาพให้สมบูณ์ โดย format ที่เป็นการเติมข้อมูลจะมีทั้ง

  • Plan
    แผนผังห้อง อาคารต่างๆ โดยให้ใส่ว่าจุดไหนเรียกว่าอะไร

 


 

  • Picture Diagram
    ไดอะแกรมของโครงสร้างเช่น พวกเครื่องจักร หรือกลไกการทำงานต่างๆ


  • Map
    แผนที่เมือง ถนน

  • Form
    ฟอร์มต่างๆ เช่น ฟอร์มการเช่ารถ ฟอร์มจองทัวร์ หรืออื่นๆ โดยจะเป็นการกรอกข้อมูลพวกชื่อ เบอร์โทร ระยะเวลา ราคา และอื่นๆ

  • Note
    โน๊ตสรุปเนื้อหาเช่น เนื้อหาเป็นการบรรยายในมหาวิทยาลัย ตัวโน๊ตก็จะเป็นการสรุปเนื้อหาออกมาเป็น bullet points หรือสรุปข้อความเป็นข้อๆ

  • Table
    ตารางสรุปข้อมูลต่างๆ

  • Flow-Chart
    ขั้นตอน กระบวนการต่างๆ ที่ชัดเจน

  • Summary
    เนื้อหาสรุปส่วนมากจะเป็นการสรุปเนื้อหาจากบทบรรยายเชิงวิชาการ

2. Multiple-Choice

รูปแบบหลายตัวเลือก ให้เลือกคำตอบ ซึ่งปกติเราจะชินว่าให้เลือกคำตอบเดียวเท่านั้นในข้อสอบส่วนใหญ่ แต่ใน IELTS นั้นจะมีทั้ง

  • ให้เลือก 1 คำตอบ จาก 3 ตัวเลือก
  • ให้เลือก 2 หรือ 3 คำตอบ จาก 5 ตัวเลือก

3. Matching

รูปแบบนี้เป็นการจับคู่ information เช่น

  • ชื่อคน กับ ideas
  • ประเภทหัวข้อ กับ ข้อมูล
  • โครงสร้างเครื่องจักร กับ ชื่อเรียกส่วนประกอบ

4. Sentence Completion

เป็นการเติมคำลงในประโยคให้สมบูรณ์ โดยอิงจากสิ่งที่ได้ยินในเนื้อหา

5. Short-Answer Question

รูปแบบนี้จะเป็นคำถามสั้นๆ แล้วให้เขียนตอบ (ส่วนมากไม่เกิน 3 คำ และตัวเลข) โดยคำถามมักจะเป็นการถามรายละเอียดต่างๆ

หน้าตาข้อสอบ IELTS Reading

back to top กลับสู่ด้านบน

READING SECTION (Academic)
 

จำนวนข้อ เวลา (นาที)
40

60

 

สำหรับข้อสอบ IELTS Reading แบบ Academic นั้น จะมีทั้งหมด 3 passages (ซึ่งแต่ละอันยาวมาก) มาพร้อมกับรูปแบบคำถามที่หลากหลายเหมือนกับคำถามในส่วน Listening
 

 

ข้อสอบ IELTS Reading วัดอะไร?

IELTS Reading นั้นจะเป็นการวัดทักษะการอ่านหลายๆ รูปแบบ เช่น

  • การอ่านเพื่อหาแก่นของเรื่อง
  • การอ่านเพื่อหาใจความ
  • การอ่านเพื่อหาข้อมูล รายละเอียด
  • ทักษะการอ่านแบบ Skimming (รู้ว่าต้องมองหาคำตอบที่ตรงไหน ไม่ได้อ่านทั้งหมดทีละบรรทัด)
  • การอ่านเพื่อหาความรู้สึก ความคิดเห็น จุดประสงค์ของผู้เขียน
     

รูปแบบคำถามใน ข้อสอบ IELTS Reading

1. Fill-in

เป็นการเติมคำลงในช่องว่าง ตารางต่างๆ โดยจะมีรูปแบบย่อยๆ อีก เช่น

  • summary (เติมคำในบทสรุปเนื้อหาย่อ)

  • note (เติมคำลงในสรุปโน๊ตจากเรื่อง)

  • table (เติมคำลงในตาราง)

  • flow-chart (เติมคำลงในภาพขั้นตอน กระบวนการต่างๆ)

  • diagram (เติมคำลงในภาพ ชี้ส่วนประกอบต่างๆ เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์บางส่วน)

2. Short-Answer Questions

เป็นคำถามสั้นๆ ให้ตอบคำถาม โดยส่วนมากจะเป็นพวกรายละเอียดต่างๆ โดยให้เราหาคำจาก text ที่อ่านมาเติม ซึ่งต้องอ่านคำสั่งดีๆ เช่นกันว่าให้เติมได้กี่คำ
 

3. Multiple-Choice

  • เลือก 1 คำตอบ จาก 4 ตัวเลือก
  • เลือก 2 คำตอบ จาก 5 ตัวเลือก
  • เลือก 3 คำตอบ จาก 7 ตัวเลือก

4. True/False/Not Given หรือ Yes/No/Not Given

รูปแบบนี้ โจทย์จะให้ประโยค (Statements) มา แล้วให้เราเลือกว่าข้อมูลไหนที่เป็นความจริง ไม่จริง หรือไม่มีข้อมูลระบุ ซึ่งต้องอิงจากเนื้อหาที่เราอ่าน

หรืออีกแบบคือให้ข้อมูลมา แล้วให้เลือกว่าตรง หรือไม่ตรงกับ Views/Claims ของผู้เขียน หรือว่าไม่ได้ระบุ


 

5. Matching

  • information (ให้ข้อมูลมา กับตัวอักษรกำกับ paragraphs ให้เลือกว่าข้อมูลนี้อยู่ใน paragraph ไหน)

  • headings (จับคู่หัวเรื่องกับ paragraph ซึ่งหัวเรื่องก็คือ main ideas ของแต่ละ paragraph นั่นเอง)

  • features (มี list ชื่อ กับข้อมูลมาให้ เช่น ชื่อนักวิทยาศาสตร์ ให้จับคู่กับข้อมูล)

  • sentence endings (มีส่วนหนึ่งของประโยคมาให้ และตัวเลือกจะเป็นส่วนท้าย ให้จับคู่เพื่อให้แต่ละประโยคสมบูรณ์)

6. Sentence Completion

เติมคำลงในประโยคเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์ โดยต้องอ่านคำสั่งดีๆ ว่าให้เติมไม่เกินกี่คำ เช่น

  • ‘NO MORE THAN THREE WORDS AND/OR A NUMBER from the passage’
  • ‘ONE WORD ONLY’ or ‘NO MORE THAN TWO WORDS’

 

หน้าตาข้อสอบ IELTS Writing

back to top กลับสู่ด้านบน

WRITING SECTION (Academic)

จำนวน Task เวลา (นาที)
2 Tasks 60

 

Task 1 (150 words)

ในการเขียน Task 1 นั้น ควรใช้เวลา ไม่เกิน 20 นาที เพราะควรแบ่งเวลาไปโฟกัสกับ Task 2 ที่ต้องเขียนยาวกว่า และสัดส่วนคะแนนก็มากกว่าด้วย
IELTS Writing Task 1 นั้นมีลักษณะดังนี้

  • ให้ภาพกราฟ ชาร์ท หรือตารางข้อมูล และตัวเลข เพื่อให้เขียนบรรยายตามข้อมูลที่เห็น
  • หรืออาจเป็นภาพไดอะแกรมของเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือกระบวนการ และให้เขียนบรรยายการใช้งาน
  • ให้เขียนถึงภาพรวม และ main features ของข้อมูล รวมถึง points อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • อาจจะไม่ต้องเขียน points เล็ก หรือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทั้งหมด ให้เลือกเขียนถึงข้อมูลที่เห็นได้ชัด และสำคัญที่สุด

ตัวอย่างโจทย์ Writing Task 1

Task 2 (250 words)

ส่วนนี้โจทย์จะเป็นการให้ประเด็นมา Task นี้ควรใช้เวลา ไม่เกิน 40 นาที โจทย์จะบอกชัดเจนว่าให้เราเขียนแสดงอะไร เช่น

  • Discuss both these views and give your own opinion. (เขียนถึงทั้งสองไอเดียที่ให้มา พร้อมแสดงความเห็นตัวเอง)
  • To what extent do you agree or disagree with this opinion? (ต้องเลือกว่าเห็นด้วยหรือไม่ พร้อมให้เหตุผล)
  • Causes/Effects/Solutions (ให้เขียนถึงสาเหตุ ผล หรือวิธีการแก้ปัญหาจากโจทย์)
  • Answer questions (เขียนเพื่อตอบคำถาม)

ตัวอย่างโจทย์ Writing Task 2

ในส่วนของ IELTS Writing Section นั้น นอกจากต้องเขียนให้ได้ตามจำนวนคำที่กำหนดแล้ว ยังต้องคำนึงถึง

  • ความเกี่ยวข้อง สัมพันธ์กันของคำตอบกับสิ่งที่โจทย์ถามหรือต้องการ
  • ต้องเขียนเป็นประโยคเต็มๆ ห้ามเขียนแบบเป็น bullet points หรือเป็น note
  • หากคำตอบที่เขียนไป หลุดประเด็น หรือไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่โจทย์ถาม ก็จะถูกตัดคะแนน (ถึงแม้ว่าจะเขียนถูกหลักไวยากรณ์ และใช้โครงสร้างได้ดีก็ตาม)

หน้าตาข้อสอบ IELTS Speaking

back to top กลับสู่ด้านบน

SPEAKING SECTION

จำนวน Part เวลา (นาที)
3 Parts 11-14

Speaking Section นี้จะวัดการใช้ภาษาพูด โดยผู้สอบจะได้รับการทดสอบจากกรรมการที่เป็นเจ้าของภาษา ที่จะเป็นถามคำถาม และทำการทดสอบ Speaking Skill ของเรา โดยการสอบจะแบ่งเป็น 3 พาร์ทที่ต่อเนื่องกันคือ

Part 1 Introduction and interview: จะเริ่มถามจากเรื่องทั่วไป เช่น ครอบครัว งาน การเรียน หรือความชอบส่วนตัว (Part นี้ใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที)
Part 2 Long turn: ผู้สอบจะได้รับการ์ดคำถามที่มีหัวข้อกำหนดมาให้ มีเวลาเตรียมตัว 1 นาที และต้องพูดเกี่ยวกับหัวข้อที่ได้มาเป็นเวลา 2 นาที
Part 3 Discuss: กรรมการจะถามคำถามเพิ่มเติมจากหัวข้อที่ให้มาใน Part 2 โดยลักษณะคำถามจะเกี่ยวข้องกับไอเดีย ความคิดเห็น เพื่อทดสอบการพูดในเชิงนามธรรมมากขึ้น ตอบคำถามในเชิงลึกขึ้น (Part นี้ใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที)

 

ตัวอย่างคำถามใน IELTS Speaking Part 1

Hometown (บ้านเกิด)

I’d just like to ask you some questions about your hometown.

  • Where is your hometown?
    (บ้านเกิดคุณอยู่ที่ไหน)
  • What was it like growing up there?
    (คุณเติบโตที่นั่น มันเป็นอย่างไรบ้าง)
  • Has it changed much since you were a child?
    (มันเปลี่ยนไปเยอะไหม ตั้งแต่ตอนคุณยังเด็ก)
  • What do you like most about living there?
    (คุณชอบอะไรที่สุด ตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น)
  • What kinds of things can visitors to your hometown go and see?
    (นักท่องเที่ยวชอบไปที่ไหน หรือเยี่ยมชมอะไรบ้าง เมื่อไปที่บ้านเกิดของคุณ)
  • Do you think you will live there when you are older?
    (คุณคิดว่าคุณจะอาศัยอยู่ที่นั่นไหม หากคุณอายุมากขึ้น)

 

Studies (การเรียน)

I’d just like to ask you some questions about your studies.

  • What are you studying?
    (คุณกำลังเรียนด้านไหนอยู่)
  • Why did you choose that particular course?
    (ทำไมถึงเลือกเรียนวิชานั้น/สาขานั้น)
  • What is your favourite subject?
    (วิชาโปรดของคุณคืออะไร)
  • Are you friends with many other students on your course?
    (คุณมีเพื่อนที่เรียนด้วยกันเยอะไหม)
  • What job would you like when you have completed all your studies?
    (ถ้าเรียนจบแล้ว อยากทำงานประเภทไหน)
  • Will you have to do further studies in the future?
    (ในอนาคต คุณต้องเรียนต่อไหม)

 

ตัวอย่างคำถามใน IELTS Speaking Part 2

Sport and Exercise (กีฬา และการออกกำลังกาย)

Describe a type of exercise that you like to do. (อธิบายการออกกำลังกายที่คุณอยากทำ)

You should say:

  • What the exercise is (อยากลองออกกำลังกายอะไร)
  • When you do it  (ทำเมื่อไร)
  • Where you do it (ทำที่ไหน)

Explain why you like this particular exercise. (อธิบายว่าทำไมถึงชอบการออกกำลังกายประเภทนี้)


Travel (การท่องเที่ยว)

Describe a country you would like to visit in the future that you haven't been to yet.
(อธิบายประเทศที่คุณไม่เคยไป และอยากไปเที่ยวในอนาคต)

You should say:

  • Which country it is (ประเทศไหน)
  • Where it is located in the world (อยู่ส่วนไหนของโลก)
  • What you could see there (จะได้เห็นอะไรบ้างที่นั่น)

Explain why this country is would be such a good place to visit. (อธิบายว่าทำไมถึงอยากจะไปประเทศนั้นๆ และเป็นประเทศที่น่าไปเที่ยวเพราะอะไร)

 

ตัวอย่างคำถามใน IELTS Speaking Part 3

Transport (การขนส่ง)

  • How do most people travel long distances in your country?
    (คนส่วนใหญ่ในประเทศของคุณเดินทางไกลๆ ด้วยวิธีไหน)
  • Have the types of transport people use changed much over the last few decades?
    (วิธีการเดินทางของผู้คนเปลี่ยนไปเยอะไหม ในช่วงยี่สิบ สามสิบปีที่ผ่านมา)
  • What kinds of improvement have there been in transport in your country in recent years?
    (ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในประเทศของคุณมีการพัฒนาด้านระบบขนส่งอะไรบ้าง)
  • Do you think transport is likely to continue to improve in the future?
    (คุณคิดว่าระบบขนส่งน่าจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องไหมในอนาคต)


Education (การศึกษา)

  • How are education priorities today different from those in the past?
    (ลำดับความสำคัญด้านการศึกษาในปัจจุบัน แตกต่างจากในอดีตอย่างไร)
  • What is your opinion on the way languages are taught in schools?
    (คุณมีความเห็นอย่างไรถึงวิธีการสอนภาษาในโรงเรียน)
  • How can the type of school you go to affect career success?
    (ประเภทของโรงเรียนที่คุณเข้าเรียนมีผลกับความสำเร็จด้านอาชีพการงานในอนาคตอย่างไรบ้าง)
  • What changes do you think will happen in the classroom in the near future?
    (การเปลี่ยนแปลงอะไรที่คุณคิดว่าจะเกิดขึ้นในห้องเรียน ในอนาคตอันใกล้นี้)

วิธีการสมัครสอบ IELTS

back to top กลับสู่ด้านบน

วิธีการสมัครสอบ

IDP (Paper-based: 6,900 บาท / Computer-delivered: 6,900 บาท)

1. เข้าเว็บไซต์ https://my.ieltsessentials.com/ เพื่อสมัคร

2. เลือกประเภทการสอบ IELTS ที่ต้องการ

ฝั่งซ้ายจะเป็น IELTS Regular (มีทั้ง Academic – General) ฝั่งขวาสำหรับ IELTS for UKVI (มีทั้ง Academic - General)
*ถ้ามหาวิทยาลัย หน่วยงาน องค์กรที่เราจะยื่นคะแนน ไม่ได้ require UKVI โดยเฉพาะ ก็เลือกแบบ Regular ได้เลย

3. เลือกข้อมูลตามที่ขึ้นบนหน้าจอ

เลือกประเทศ จังหวัด ประเภทข้อสอบ (Academic – General) และหากต้องการความช่วยเหลือในการสอบ (สำหรับผู้พิการ) ให้เลือกข้อมูลด้วย ถ้าไม่มีปล่อยไว้ให้เป็น None

4. เลือกสถานที่สอบที่ต้องการ

ถ้าต้องการสอบแบบ Computer-delivered ให้ดูสัญลักษณ์ด้านหลังที่เป็นสีแดง (รูปคอมพิวเตอร์) ซึ่งของ IDP การสอบแบบคอมพิวเตอร์จะสอบที่อาคาร CP Tower

5. เลือกรอบสอบ Listening/Reading/Writing

ปกติในแต่ละวันจะมีรอบสอบ 2 รอบคือ 9:00 AM และ 2:00 PM พอเลือกแล้วจะมีขึ้นสรุปรายละเอียดการสอบที่เราเลือกไป (รอบสอบ Speaking จะเลือกแยกต่างหากในหน้าถัดไป)

6. เลือกรอบสอบ Speaking

ให้เลือกรอบสอบ Speaking ที่ต้องการ *ให้สังเกตด้านบนจะมีบอกว่าให้มาถึงศูนย์สอบไม่เกินกี่โมง (เช่นเลือกรอบบ่ายสอง ควรไปถึงไม่เกินบ่ายโมงครึ่ง)

7. สร้าง Account

พอเลือกรอบเรียบร้อยแล้ว ระบบจะให้เราสร้าง Account โดยให้กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ก่อนจะไปในขั้นตอนการชำระเงินค่าสอบต่อไป

 

วิธีการสมัครสอบ IELTS (British Council)

British Council (Paper-based: 6,900 บาท / Computer-delivered: 6,900 บาท)

- การสมัครสอบแบบ Computer-delivered

1. เข้าไปที่เว็บไซต์ https://ieltsregistration.britishcouncil.org/test-chooser

2. เลือกประเภทของ IELTS ที่ต้องการสอบ (Academic หรือ General Training)

3. เลือกประเทศ และเดือนที่ต้องการสอบ

4. เลือกจังหวัด และศูนย์สอบ

ซึ่งถ้าเป็นการสอบแบบ Computer-delivered ก็จะมีศูนย์สอบเฉพาะที่กรุงเทพ (จามจุรีสแควร์ ชั้น 24)

5. เลือกวันสอบ และรอบเวลาสอบ

6. เลือกรอบสอบ Speaking

หน้านี้จะขึ้นสรุปข้อมูลการสอบของเรา (ที่เลือกไป) พร้อมให้เลือกรอบสอบ Speaking (ซึ่งอาจจะเป็นวันเดียวกัน หรือคนละวันกัน ตามที่รอบสอบมีเปิด)

7. สร้าง Account เพื่อไปชำระเงินค่าสอบต่อไป

- การสมัครสอบแบบ Paper-based

ข่าว/เทคนิคแนะนำ
back to top กลับสู่ด้านบน

FREE! แจกชีทความรู้ IELTS เก็บไว้อ่าน อัพคะแนน!

FREE! แจกชีทความรู้ IELTS เก็บไว้อ่าน อัพคะแนน!

รวมชีทติว IELTS ศัพท์ ข้อสอบ เทคนิคต่างๆ รีบมาโหลดเก็บไว้อ่านกันได้เลย!


เรียนต่อออสฯ ต้องรู้! มหาวิทยาลัย Group 8 ใช้ IELTS เท่าไร?

เรียนต่อออสฯ ต้องรู้! มหาวิทยาลัย Group 8 ใช้ IELTS เท่าไร?

มหาวิทยาลัย Go8 มาจากคำว่า Group of eight ซึ่งเป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำจากประเทศออสเตรเลีย มักเป็นมหาวิทยาลัยติดอยู่ใน 100 อันดับโลก (แต่อาจมีบางปีที่สถาบันบางแห่งตกอันดับจาก 100 ของโลก) ก่อตั้งขึ้นโดยรองนายกรัฐมนตรีของประเทศออสเตรเลียเมื่อปี ค.ศ. 1994 และเริ่มใช้อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายน ปี ค.ศ. 1999 โดยข้อมูลล่าสุดในปี 2020 มหาวิทยาลัย Group of 8 ได้แก่ 


ข้อสอบ IELTS Reading (True/False/Not Given และ Yes/No/Not Given)

ข้อสอบ IELTS Reading (True/False/Not Given และ Yes/No/Not Given)

มาลองฝึกทำโจทย์ ข้อสอบ IELTS Reading กันดีกว่า โพสต์นี้จะทยอยเพิ่มข้อสอบเข้าไปเรื่อยๆ นะคะ โดยจะเน้นข้อสอบที่คนงง และสงสัยกันมากกกก คือข้อสอบ IELTS Reading แบบ Yes/No/Not given และแบบ True/False/Not given ค่ะ