durian-yellow
OpenDurian LOGO
คอร์สเรียน
เกี่ยวกับเรา
How to เตรียมตัวเข้ามหาลัย สำหรับน้อง ม.4-ม.5 พร้อมแนะ IELTS SAT สอบตอนไหนดีสุด?

How to เตรียมตัวเข้ามหาลัย สำหรับน้อง ม.4-ม.5 พร้อมแนะ IELTS SAT สอบตอนไหนดีสุด?

เตรียมตัวเข้ามหาลัย ไม่ใช่เรื่องของเด็ก ม.6 เท่านั้น แต่ต้องเริ่มตั้งตัวตั้งแต่ ม.4 ม.5 ยาวไปจนถึง ม.6 เลยแหละ ช่วงเวลา ม.ปลาย ซึ่งมีทั้งหมด 3 ปี ถือเป็นช่วงเวลากำลังดีสำหรับการเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย โดยบทความนี้ก็มีข้อแนะนำ ดังนี้

How to เตรียมตัวเข้ามหาลัย สำหรับน้อง ม.4-ม.5 พร้อมแนะ IELTS SAT สอบตอนไหนดีสุด?

 

1.สำรวจความชอบของตัวเอง

 

ขั้นตอนแรกสำหรับการเตรียมตัวเข้ามหาลัย ต้องรู้ความชอบของตัวเองก่อนว่าอยากเรียนอะไร อยากประกอบอาชีพด้านไหน แต่เชื่อว่าตอนเลือกแผนขึ้น ม.4 หลายๆ คนก็คงมีความชอบในใจอยู่แล้ว และมีเป้าหมายในระดับหนึ่ง ถ้าชัดแแล้วก็ลุยต่อ แต่ถ้ายังไม่ชัดก็ค้นหาตัวเองต่อเรื่อยๆ อาจจะทำพวกแบบทดสอบที่มี เพื่อค้นหาอาชีพที่ใช่ก็ได้ เมื่อได้อาชีพที่สนใจแล้ว ลองดูว่าต้องเรียนเกี่ยวกับอะไร ลองค้นหาในเว็บหางานดูก็ได้ว่า งานที่สนใจเปิดรับคนที่เรียนจบด้านไหนบ้าง 

 

2.เข้าเว็บคณะหรือสาขาที่สนใจ 

 

ถัดมาสำหรับการเตรียมตัวเข้ามหาลัยให้เข้าเว็บคณะหรือสาขาที่สนใจ เพื่อดูรายละเอียดหลักสูตร และประเมินเบื้องต้นว่าสามารถเรียนได้ไหม สนใจจริงหรือเปล่า หรือหลักสูตรตอบโจทย์เป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ จากนั้นลองค้นหารายละเอียดการรับสมัคร **สำคัญมาก** สำหรับคนเตรียมตัวเข้ามหาลัย ดูเลยว่าการสอบเข้าต้องใช้อะไรบ้าง คะแนน O-NET GAT-PAT IELTS SAT ฯลฯ 

 

 

3.ประเมินความยากง่าย

 

เมื่อรู้แล้วว่าคะแนนอะไรบ้างที่ต้องใช้ ให้ไปลองประเมินความยากง่ายของคะแนนเหล่านั้นเลย เพื่อที่จะจัดลำดับว่าควรเตรียมตัวสอบอันไหนก่อน เรื่องนี้สามารถทำได้ตั้งแต่ ม.4 เลย ไม่จำเป็นต้องรอ ม.6 เพราะถ้าหากถึงเวลานั้น จะวุ่นวายมาก ค่อยๆ จัดลำดับไปทีละอย่าง อันไหนยากที่สุด อันไหนง่ายที่สุด ค่อยๆ เคลียคะแนนไปทีละอย่าง แนะนำให้เคลียคะแนนที่ง่ายก่อน จะดีที่สุด

 

4.ประเมินเวลา

 

สำหรับคนเตรียมตัวเข้ามหาลัยหลังจากประเมินความยากง่ายของข้อสอบที่ต้องใช้คะแนนในการสอบเข้าแล้ว มาประเมินเวลาต่อเลย ลองดูว่าคะแนนพวกนั้นมีอายุกี่ปี สอบเก็บไว้ได้กี่ปี สามารถไล่สอบล่วงหน้าไว้ก่อนได้เลยไหม อย่างคะแนน IELTS SAT สามารถเก็บไว้ได้ 2 ปี สอบล่วงหน้าไว้ได้เลยเมื่อพร้อม ถึงเวลาเปิดรับสมัครก็สามารถยื่นได้เลย โดยในเรื่องของการประเมินเวลาเป็นเรื่องสำคัญมาก อย่าปล่อยให้เวลาเหลือน้อย แล้วยังไม่มีคะแนนอะไรในมือเลยเด็ดขาด เพราะถ้าเวลาเหลือน้อย แล้วต้องสอบหลายอย่างพร้อมกัน การเตรียมตัวจะยากกว่าเดิม 

 

 

5.ติวก่อนสอบ

 

หลังจากประเมินเวลาและความยากง่ายของข้อสอบแล้ว ให้เริ่มติว อาจจะเริ่มต้นด้วยการติวเองดูก่อน ลองไปหาข้อสอบเก่าๆ มาทำ แล้วประเมินความสามารถของตัวเองดู อย่าลืมวางแผนเรื่องของเวลาด้วย ว่าให้เวลาตัวเองเท่าไร หากถึงกำหนดแล้วประเมินดูว่าพร้อมสอบหรือยัง ถ้ายังจะไปสอบเลยหรือจะลงคอร์สติว ก็ลองชั่งน้ำหนักดู อย่าติวไปเรื่อยๆ แบบไม่มีขอบเขต หรือไม่ได้กำหนดเวลาที่ชัดเจน อาจเสี่ยงเกินไป เพราะถ้าหากมัวแต่ติว แล้วไม่ได้ลองสอบ และเมื่อไปสอบคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ แต่เวลาเหลือน้อยเต็มที หากจะเปลี่ยนใจไปลงคอร์สติว ก็อาจไม่ทันการ สำหรับการเสี่ยงไปสอบโดยที่ยังไม่พร้อม ก็อาจทำให้เสียค่าสอบไปฟรีๆ ได้ด้วย 

 

 

6.ทยอยสอบ 

 

พร้อมแล้วก็ทยอยสอบเก็บคะแนนไว้เลย ข้อสอบหลายอย่างควรสอบก่อนใช้คะแนนนานๆ เพราะมีความเสี่ยงที่อาจต้องสอบหลายหน กว่าที่คะแนนจะถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จะเห็นว่าใครก็ตามที่เตรียมตัวสอบเข้ามหาลัย ควรเตรียมตัวตั้งแต่ ม.4 อย่าปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปจนถึง ม.6 แล้วค่อยเริ่ม สำหรับน้องๆ ม.5 คนไหนที่เวลาอาจผ่านมาแล้วโดยไม่ทันได้เตรียมตัวอะไร แนะนำให้เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลย


 

IELTS SAT สอบตอนไหนดีสุด?

 

ข้อสอบ IELTS และ SAT เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของคนที่กำลังเตรียมตัวเข้ามหาลัยของใครหลายๆ คน มักใช้ยื่นในการสอบตรงหรือ TCAS รอบแรกหลายๆ สาขาก็ถามหาคะแนนทั้ง 2 อย่างนี้ หลายคนไม่เคยรู้มาก่อนว่าต้องใช้ ยิ่งคนที่เพิ่งเริ่มหาข้อมูลตอน ม.6 มักจะมีปัญหา เพราะมีหลายคนที่ไม่สามารถสอบผ่านตั้งแต่ครั้งแรก และต้องสอบใหม่ ต้องรอผลสอบใหม่อีก ทำให้ยื่นคะแนนได้ไม่ทันกำหนดการ สำหรับข้อแนะนำคือ

 

 

1.พร้อมก่อนค่อยสอบ

 

ทั้งข้อสอบ IELTS และ SAT แนะนำว่าถ้ายังไม่พร้อมก็อย่าเพิ่งสอบจะดีกว่า โดยเฉพาะข้อสอบ IELTS เพราะแพงและยาก ค่าสอบ IELTS อยู่ที่ 6,900 บาท หากสอบทั้งที่ยังไม่พร้อม ยากที่คะแนนจะถึงเกณฑ์ที่ต้องการ ทำให้ต้องสอบใหม่ และต้องเสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน จึงควรเตรียมตัวเองให้พร้อมก่อน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ การติว การทดลองทำข้อสอบ หรือการประเมินตัวเอง ถ้าหากอยากทดลองสอบเสมือนจริงก่อนสอบจริง แนะนำให้สมัคร Mock Test จะดีกว่าเพราะค่าสมัครถูกกว่าค่าสมัครสอบ และได้สอบเสมือนจริงครบทั้ง 4 Skills 

 

2.พร้อมเมื่อไรรีบสอบเลย

 

ในกรณีที่รู้สึกว่าพร้อมแล้ว สำหรับคนเตรียมตัวเข้ามหาลัย แนะนำให้รีบสอบ ไม่ต้องรอ สามารถสอบได้ตั้งแต่ ม.4 ถ้าหากรู้สึกว่าพร้อมแล้ว เพราะคะแนนเก็บได้ 2 ปี อาจจะสอบสักช่วงปลายของ ม.4 ถือเป็นช่วงเวลากำลังดี การจัดการคะแนนทุกอย่างที่ต้องใช้ให้เรียบร้อยเร็วที่สุด ถือเป็นการเตรียมความพร้อมที่เหมาะสม 


 



 

3.สอบ IELTS ก่อน SAT

 

จากประสบการณ์ของใครหลายๆ คนที่แชร์กัน มักจะบอกว่า SAT ยากกว่า IELTS (เปรียบเทียบวิชาภาษาอังกฤษด้วยกัน) ดังนั้นควรสอบ IELTS ก่อน เพื่อจะได้เหลือเวลาไปเตรียมตัวสอบ SAT ต่อ แต่หลายคนบอกว่าถ้าสอบ SAT ได้แล้วมาสอบ IELTS ก็สบาย แต่ถ้าหากให้แนะนำก็จะแนะนำให้สอบ IELTS ก่อน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความถนัดและการวางแผนของแต่ละคนด้วย 

 

สรุปสำหรับคนที่เตรียมตัวเข้ามหาลัย ควรเริ่มศึกษาข้อมูลตั้งแต่ ม.4 และเตรียมตัวโดยการติวยาวไปตั้งแต่ ม.4 จนถึง ม.5 แต่ถ้าหากพร้อมก่อนก็สามารถเดินสายสอบเก็บคะแนนต่างๆ เร็วขึ้นได้ เน้นให้เอกสารที่ต้องใช้พร้อมให้ไวที่สุด 

 

 

✅ อยากเข้าคณะแพทย์ศาสตร์
✅ อยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยดัง
✅ อยากสอบติดตั้งแต่รอบแรก
✅ ต้องมีคะแนน IELTS ติดไว้

  • คอร์ส IELTS ครูเจี๊ยบติวจัดให้ครบทั้ง Listening/Reading/Writing/Speaking
  • ติวละเอียดรูปแบบข้อสอบทุกแบบที่ต้องเจอ ไม่ต้องเสียเวลางมเอง
  • เทคนิคการทำโจทย์แบบที่ต่างกันเช่น การทำโจทย์แบบ Yes/No/Not Given
  • วิธีเก็งคำตอบ และ pattern ในการเขียน และพูด
  • ตรวจ แนะนำงานเขียน (จากในคอร์ส) ฟรี!
  • ครูเจี๊ยบมีประสบการณ์ติว IELTS มายาวนานกว่า 20 ปี

 

สอบถามคอร์สเรียนและโปรโมชั่น

โทร : 098-281-3164

 



ทดลองเรียนฟรี!! คลิกเลย https://www.opendurian.com/ielts_fullcourse/