สรุป TOEIC Grammar ออกสอบ พร้อมเทคนิคการทำโจทย์ (Toeic Technique Grammar)


8 หัวข้อ TOEIC Grammar ออกสอบบ่อย

ปัญหาใหญ่ของคนที่สอบ TOEIC เวลาทำโจทย์พาร์ท 5 คือพอมีความรู้ เข้าใจนะ แต่เวลาเจอโจทย์แล้วแยกไม่ออกซะงั้นว่าโจทย์กำลังวัด Grammar เรื่องไหนอยู่? ซึ่งทำให้เสียเวลาค่อนข้างเยอะเวลาทำโจทย์ เพราะในหัวนี่มีเนื้อหาปนกันไปหมด วันนี้เลยเอาเทคนิคสังเกตโจทย์ TOEIC (ส่วน Grammar) มาฝากกันค่ะ เพราะพาร์ทนี้ถือว่าเป็นตัวทำคะแนนเลย ถ้าพลาดไปนี่เสียดายแย่ พร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ

 

เทคนิคมองโจทย์ TOEIC Grammar

เหตุผลที่ให้ดูจากตัวเลือกก่อนเพราะเราจะเดาได้เลยว่าข้อนั้นถามเรื่องอะไรอยู่ จากตัวเลือกเนี่ยล่ะ เช่นถ้าถามเรื่อง Part of Speech ตัวเลือกที่ให้มาก็มักจะเป็นคำๆ เดียว แต่คนละรูปคำ (มีทั้ง N./V./Adj./Adv.) ซึ่งถ้าเราจับทางจากตัวเลือกได้แล้ว ก็ทำให้ scope เนื้อหาที่จะเอามาใช้ตอบได้ง่ายขึ้น

หลังจากเช็คตัวเลือกแล้ว ลองย้อนไปดูโจทย์อีกทีว่ามันตรงกับที่เราคิดมั้ย เช่นตัวเลือกให้มา

(A) wouldn’t have missed
(B) wouldn’t miss
(C) won’t have missed
(D) won’t miss

 

ดูจากตัวเลือกแล้วน่าจะเข้าข่ายถามเรื่อง If-Clause มากที่สุด (นึกถึงเนื้อหาโครงสร้าง If-Clause ที่มี 3 แบบ)

ลองย้อนไปดูโจทย์บ้าง

If we hadn’t left the house so late, we _______ the train.

 

เห็น If ขึ้นมา แถมรูปประโยคมี 2 ฝั่ง แสดงว่าข้อนี้มั่นใจได้เลยว่ากำลังถามเรื่อง If-Clause แน่นอน ตัดเรื่อง Future tense และเรื่องอื่นไปได้เลย

หลักง่ายๆ มีแค่ 2 ข้อเองค่ะ ส่วนด้านล่าง ทีมงานได้รวบรวมลักษณะตัวเลือกแต่ละแบบมาแล้วว่า ตัวเลือกประมาณนี้ มักจะถามเรื่องอะไร เวลาเจอในข้อสอบจะได้ตัดเนื้อหาในหัวได้ไวขึ้นค่ะ

 

 

TOEIC Grammar หัวข้อที่ออกสอบ

1. Part of Speech

โจทย์ที่วัดเรื่อง Part of Speech มักจะให้คำหลักมาคำเดียว แต่จะแตกต่างกันที่ประเภทคำ เช่น

 

(A) consider     (B) consideration         (C) considerate            (D) considerably

(A) extend       (B) extension               (C) extends                  (D) extensive

(A) select         (B) selective                (C)selection                 (D) selecting

 

ถ้าเห็นตัวเลือกแบบนี้ เราจะรู้เลยว่าข้อนี้กำลังวัดเรื่อง Part of Speech อยู่ ดังนั้นให้ไปสังเกตตรงคำก่อน-หลัง ช่องว่างให้ดีว่าเป็นคำประเภทไหน และบ่อยครั้งที่โจทย์วัด Part of Speech นั้นไม่ต้องแปลออกหมดก็สามารถตอบได้อย่างรวดเร็ว ลองไปดูตัวอย่างโจทย์กันค่ะ

 

ตัวอย่างข้อสอบ TOEIC (วัด Part of Speech)

101. Users of this software appreciate having their travel expenses ----- recorded in the database.

(A) system
(B) systematic
(C) systematically
(D) systematize

ดูจากตัวเลือก รู้ทันทีว่าวัดเรื่อง Part of Speech แน่นอน เมื่อย้อนกลับไปดูตรงช่องว่าง จะเห็นว่าหลังช่องว่างเป็น V. (recorded) ดังนั้นคำที่จะสามารถวางหน้า V. เพื่อขยายได้ ก็คือ Adv. นั่นเอง ตอบข้อ C เพราะ Adv. มักลงท้ายด้วย -ly

 

2. Prepositions

ข้อที่วัดเรื่อง Preposition นี้ จะแบ่งการวัดเป็น 2 แบบคือ 1) วัดความหมาย และ 2) วัดแกรมม่า

 

(A) from              (B) after                (C) into            (D) up

(A) onto               (B) among           (C) at               (D) inside

(A) along             (B) after               (C) unless       (D) beyond

 

ส่วนมากที่จะเจอ จะเป็นการวัดความหมายของ Preposition มากกว่า เช่น 

ตัวอย่างข้อสอบ TOEIC (วัดความหมาย Preposition)

102. Small bags can be placed in the overhead compartments or ------ the seat in front of you.

(A) among
(B) under
(C) between
(D) toward

ข้อนี้ตัวเลือกเป็น Prepo. แต่เมื่อดูจากโจทย์แล้ว ข้อนี้ "ต้องแปล" ถึงจะเลือกคำตอบได้ เป็นการวัดความหมายของ Prepo. ค่ะ โจทย์บอกว่า

"กระเป๋าใบเล็กสามารถเก็บในช่องเก็บสัมภาระเหนือที่นั่งได้ หรือ ------ ที่นั่งด้านหน้าท่าน"

among (ท่ามกลาง)     under (ข้างใต้)    between (ระหว่าง)    toward (ไปยัง)

คำที่เติมแล้วความหมายเหมาะมากที่สุดคือ (B) under 

 

ส่วนอีกแบบนั้นจะเป็นการวัด Prepo. ที่บางทีไม่ต้องแปลออกหมด ก็สามารถตอบได้ เช่น

 

ตัวอย่างข้อสอบ TOEIC (วัด Grammar ของ Prepo.)

103. Ms. Silva will step up ------ Mr. Coleman's replacement once he retires.

(A) above
(B) for
(C) with
(D) as

ข้อนี้วัด Prepo. ที่อยู่ในโครงสร้าง Phrasal Verb ซึ่งแม้เราจะแปลไม่ออกทั้งหมด แต่ถ้าเรารู้ว่า Phrasal Verb คำว่า "step up" ต้องใช้คู่กับ Prepo. "as" เพื่อให้ความหมายว่า "ขึ้นรับตำแหน่งในฐานะ" --- เราก็จะเลือกคำตอบที่ถูกต้องได้ค่ะ ข้อนี้เลยตอบ (D) as ค่ะ

 

3. If-Clause

คำถามประเภท If-Clause ในข้อสอบ TOEIC มักจะมีคำว่า “If” ในประโยคอยู่แล้ว ไม่ต้นประโยค ก็กลางประโยค (บางครั้งอาจจะเจอคำอื่นที่มาแทน If ได้เช่น Should, Were, Had ได้ แต่น้อย) ส่วนตัวเลือกที่มักให้มาก็จะเป็นโครงสร้าง tense ของแบบ 1, ,2, 3 ปนกันมา โดยจะเป็นฝั่งใดฝั่งหนึ่งที่โจทย์เว้นไว้ ส่วนอีกฝั่งเขาจะให้มาเพื่อเป็นคำใบ้ให้เรา เช่น

 

(A) will arrive              (B) would arrive          (C) would have arrived           (D) will have arrived

(A) wouldn’t have       (B) don’t have             (C) won’t have                        (D) didn’t have

(A) made                    (B) have made            (C) had made                          (D) would have made

 

ที่เราต้องทำก็แค่จำโครงสร้างทั้ง 3 แบบให้ได้ แล้วดูจากฝั่งที่เขาให้มาว่าเป็นแบบไหน คำตอบก็จะต้องเป็นแบบเดียวกันเช่นให้โจทย์มาว่า

 

ตัวอย่างข้อสอบ TOEIC (วัดโครงสร้าง If-Clause)

104. If you ------- your reservations earlier, you would have gotten on the flight you wanted.

(A) made               
(B) have made            
(C) had made                         
(D) would have made

 

ข้อนี้ให้ฝั่ง would have + V.3 มาแล้ว เข้าสูตร If-Clause แบบที่ 3 ดังนั้นอีกฝั่งก็ต้องเป็น had + V.3 ตรงกับข้อ (C) ก็ตอบได้เลยค่ะ

 

4. Tenses

โจทย์ที่ถามเรื่อง Tense จะสังเกตจากตัวเลือกได้ไม่ยาก เพราะเขาก็จะให้ V. ในรูปแบบหลายๆ tense มานั่นเอง เช่น

 

(A) explain       (B) explained               (C) was explaining       (D) have explained

(A) evaluates   (B) evaluate                 (C) are evaluating       (D) had evaluated

(A) gets            (B) were getting          (C) will get                   (D) have gotten

 

ส่วนที่ยากของโจทย์แบบนี้อาจจะไม่ใช่การสังเกตว่าวัดเรื่องอะไร (เพราะดูจากตัวเลือกแล้วน่าจะเดาได้ไม่ยาก) แต่คือการหาคำตอบต่างหากว่าสรุปแล้วคำตอบควรเป็น tense อะไรดี? ดังนั้นต้องจำโครงสร้าง tense และkeyword ของแต่ละ tense ให้ดีค่ะ

 

ตัวอย่างข้อสอบ TOEIC (วัด Tenses)

105. By the time she concludes her assignment overseas on May 20, Mr. Heartlock ------ over one hundred production facilities.

(A) will be inspected
(B) would inspect
(C) will have inspected
(D) is being inspected

ข้อนี้มีคำใบ้คือ "By the time + V.1" (By the time she concludes) ซึ่งเป็นคำบอกเวลาที่มักจะมาคู่กับ Future Perfect Tense ที่มีโครงสร้างคือ [will + have + V.3] ตรงกับข้อ (C) will have inspected ดังนั้นต้อบข้อนี้ได้เลยค่ะ

 

 

5. Conjunctions

โจทย์ที่วัดเรื่องนี้ จะคล้ายกับเรื่อง Prepositions เพราะจะแบ่งเป็นโจทย์ที่วัด 1) ความหมาย และ 2) โครงสร้างการใช้ โดยเวลาดูตัวเลือก ก็จะเห็นเป็น conjunctions ในรูปต่างๆ เช่น

 

(A) and            (B) but             (C) or               (D) so

(A) although    (C) because     (C) unless         (D) while

(A) both           (B) nor             (C) not only     (D) either

 

ตัวอย่างข้อสอบ TOEIC (วัดความหมาย Conjunctions)

106. ------ Oakwood Boulevard has been expanded, traffic jams are rarely seen in the area.

(A) Now that
(B) Only if
(C) Whenever
(D) Otherwise

ข้อนี้ความหมายของโจทย์บอกว่า "----- ถนนโอ๊ควู้ดถูกขยายออกแล้ว การจราจรติดขัดก็ไม่ค่อยมีให้เห็นในพื้นที่บริเวณนี้"

Now that (เนื่องจากตอนนี้)   Only if (ถ้าเพียงแต่)   Whenever (เมื่อใดก็ตาม)   Otherwise (มิฉะนั้นแล้ว)

จากความหมายแล้ว ตอบคำว่า Now that ความหมายจะเข้ากับประโยคมากที่สุด

 

ตัวอย่างข้อสอบ TOEIC (วัดโครงสร้างการใช้ Conjunctions)

107. Pearl Star Airlines suspended several flights yesterday ------ issues with its aircraft.

(A) because of
(B) however
(C) although
(D) whereas

ข้อนี้สังเกตว่าหลังช่องว่างนั้น ส่วนที่ตามมาเป็น Noun Phrase (นามวลี) คำที่สามารถตามด้วย N. Phrase ได้ ก็คือ (A) because of นั่นเอง ส่วนคำอื่นๆ นั้นต้องตามด้วยประโยค คือมี S. + V.

 

6. Comparison

โจทย์ที่วัดเรื่อง Comparison การเปรียบเทียบ ตัวเลือกก็มักจะเป็น Adj. หรือ Adv. ในรูปการเปรียบเทียบขั้นต่างๆ เช่น

 

(A) more spacious       (B) the most spacious             (C) as spacious           (D) space

(A) shorter                   (B) short as                             (C) more shorter         (D) the shortest

(A) as carefully            (B) more carefully                   (C) most carefully       (D) carefully

 

หลักการคือเมื่อรู้ว่าถามเรื่องการเปรียบเทียบแล้ว ให้กลับไปดูโจทย์ว่ามีคำใบ้อะไรมาให้บ้าง และเป็นการเปรียบเทียบแบบขั้นไหน (ขั้นเท่า/ขั้นกว่า/ขั้นสูงสุด) ซึ่งแต่ละขั้นก็จะมีคำใบ้ต่างกัน ทำให้เรามีตัวช่วยในการเลือกคำตอบได้ค่ะ เช่นขั้นเท่ามักจะเป็น as_____as ขั้นกว่ามักจะมี than ส่วนขั้นสูงสุดก็มักจะมี the มาให้เป็นต้น

 

ตัวอย่างข้อสอบ TOEIC (วัด Comparison)

108. The new research facility was one of the -------- projects the company has ever accomplished.

(A) successful
(B) more successful
(C) most successfully
(D) most successful

ข้อนี้จากโจทย์จะเห็นว่ามี the หน้าช่องว่าง และด้านหลังมี projects ที่เป็น N. ดังนั้นต้องเป็นการเปรียบเทียนขั้นสูงสุด (Superlative) โดยเติม most successful (ต้องเป็น Adj. เพื่อมาขยาย N.)

 

7. Greund & Infinitive

เรื่อง Gerund & Infinitive แนวตัวเลือกที่ให้มาอาจจะดูๆ แล้วไปคล้ายกับ tense เพราะเขาจะให้ V. มาซึ่ง 2 ใน  4 จะเป็น Gerund และInfinitive แน่นอนอยู่แล้ว ส่วนอีก 2 ตัวเลือกที่จะใส่มาหลอกก็มักจะเป็น V. ใน tense อื่นๆ เช่น

 

(A) to coordinate         (B) coordinates            (C) coordinating          (D) coordinated

(A) Notifying                (B) Notify                     (C) To notify                (D) Notifies

(A) sign                        (B) signing                   (C) signed                    (D) to sign

 

หลักการคือถ้าข้อนั้นวัดเรื่อง Gerund และ Infinitive จริง ในโจทย์มักจะให้ V. แท้ของประโยคมาแล้ว แค่เราต้องตอบว่าส่วนที่ตามมาควรอยู่ในรูปอะไร (ถ้าใครจำ V. ที่ต้องตามด้วย Gerund ที่ครูดิวเคยสอนไปใน คอร์ส KruDew TOEIC ได้ ก็สบายแล้วค่ะ) เช่น

ตัวอย่างข้อสอบ TOEIC (วัด Gerund-Infinitive)

109. She delayed __________ the contract until she had a chance to speak with her lawyer.

(A) sign           
(B) signing                  
(C) signed                   
(D) to sign

จะเห็นว่าข้อนี้มี V. แท้คือ delayed อยู่แล้ว และเป็น V. ที่ต้องตามด้วย Gerund ดังนั้นเราตอบ (B) ได้เลยค่ะ กลับกันถ้าเป็นโจทย์ด้านล่าง

 

110. She reluctantly ________ the contract after she talked to her lawyer.

(A) sign           
(B) signing                  
(C) signed                   
(D) to sign

 

ข้อนี้ดูจากโจทย์จะยังไม่มี V. เแท้เลย เพราะเขาเว้นไว้ให้เราเติมนั่นเอง ซึ่งที่ถูกต้องตอบ (C) ค่ะ เพราะประโยคอยู่ในรูป Past Simple

ต้องสังเกตดีๆ นะคะ เพราะบางครั้ง V. ในรูป Gerund และ Infinitive ก็มีไปโผล่รวมกับข้อที่วัดเรื่อง tense อยู่เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นแบบนั้นในโจทย์จะต้องยังไม่มี V. แท้มาให้ เพราะรอให้เราหาคำตอบที่ถูกไปเติมนั่นเอง

 

8. Pronouns

โจทย์วัด Pronouns นั้น สามารถดูจากโครงสร้างการใช้ได้ โดยที่ถึงจะแปลไม่ออกทั้งหมด ก็ยังสามารถทำได้ ตัวเลือกที่ให้มาก็จะเป็น Pronoun ในรูปต่างๆ เช่น

 

(A) she                   (B) her              (C) hers                          (D) herself

(A) ours                 (B) we              (C) ourselves                  (D) our


ตัวอย่างข้อสอบ TOEIC (วัด Pronouns)

111. Ms. Freibey called the bank to ask about the savings account ------- had opened last month.

(A) she
(B) her
(C) hers
(D) herself

หากจำเทคนิคที่ครูดิวสอนในคอร์สได้ ข้อนี้ก็ง่ายๆ เลยค่ะ เพราะด้านหลังช่องว่างเป็น V. แสดงว่า Pronoun ที่หายไปตรงนี้ต้องทำหน้าที่เป็น S. ของประโยค ก็คือ she ที่เป็น Subject Pronoun นั่นเองค่ะ

 

รู้เทคนิคดีๆ แบบนี้แล้ว คราวหน้าสอบ หรือฝึกทำโจทย์ก็ลองเอาไปใช้กันดูนะคะ รับรองช่วยประหยัดเวลาทำข้อสอบ และช่วยเราแยกแยะเนื้อหาในหัวได้ดีขึ้นด้วยค่ะ

 

ติวเทคนิคอีกเพียบในคอร์ส KruDew ติว TOEIC! 

ติว TOEIC กับครูดิว ดียังไง?

  • คอร์สติว TOEIC ของครูดิวนั้น เรียน Online
  • แบ่งบทเรียนชัดเจน เรียนง่ายไม่งง คลิ๊กเลือกบทเรียนที่ต้องการได้ทันที
  • สามารถหยุด, เล่นซ้ำบทเรียนที่ต้องการได้แบบไม่อั้น! (ตลอดระยะเวลาคอร์ส)
  • อัพเดทข้อสอบ New TOEIC ใหม่ล่าสุด! ครบชุด!
  • มีไฟล์ E-Book (PDF) ประกอบการเรียนให้ดาวน์โหลด (และมีหนังสือเรียนเป็นเล่มส่งให้ถึงบ้าน)
  • เรียนเวลาไหนก็ได้ อยู่ที่ไหนก็เรียนได้ แค่มี Internet
  • หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบทเรียน สามารถส่งคำถามหาทีมงานได้
  • การันตีคะแนน 750+ (หากสอบแล้วไม่ถึง สามารถแจ้งทวนคอร์สได้ฟรี!)

 

ทดลองติว TOEIC ฟรีได้ที่ >>> คอร์ส KruDew TOEIC 

 

 

คำคล้าย: 
  • สรุป TOEIC Grammar ออกสอบ พร้อมเทคนิคการทำโจทย์
  • Toeic Technique Grammar
TOEIC® and TOEFL® are registered trademarks of Educational Testing Service (ETS). This product is not endorsed or approved by ETS.