สรุปครบ TCAS ฉบับเข้าใจง่าย

ใครได้ยินคำว่า TCAS แล้วปวดหัว มาทางนี้! พี่สรุป TCAS ฉบับเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องอ่านประกาศ ไม่ต้องเข้าเว็บเยอะ ที่เดียวจบครบทุกเรื่องของ TCAS กด Bookmark ไว้ได้เลย ใช้ได้ตลอดปี 2561-2562


สรุป TCAS 62 ชัดๆ 5 รอบ คืออะไร?

 

 

    1 ธ.ค. - 31 ม.ค.  รอบที่ 1 Portfolio

  • ไม่มีการสอบ ยื่นแฟ้มสะสมผลงาน เน้นคนผู้ความสามารถพิเศษ 
  • ยื่น Portfolio ไม่เกิน 10 หน้า และไปสัมภาษณ์ก็ติดได้เลย
  • น้องควรติดตามประกาศจากมหาวิทยาลัยที่ต้องการเข้าเรียน ซึ่งในช่วงเดือนตุลาคม จะมีการประกาศเรื่องเอกสารเพิ่มเติมในการสมัคร เกณฑ์และจำนวนที่จะรับในรอบนี้
  • บางมหาวิทยาลัย มีขอเอกสาร/ข้อมูลเพิ่มในวันสัมภาษณ์

 

    4 ก.พ.  -  25 เม.ย.  รอบที่ 2 รับตรงโควตา

  • บางมหาวิทยาลัยติดต่อไปทางโรงเรียนที่น้องกำลังเรียนโดยตรง(รับตรงโควต้า)
  • น้องๆ ต้องติดตามข่าวจากทางโรงเรียนว่ามีโควต้ามหา'ลัยไหนบ้าง รับกี่คน เกณฑ์เป็นอย่างไร ต้องสอบหรือสัมภาษณ์เมื่อไหร่อย่างไร
  • รอบนี้แข่งกับเพื่อนในโรงเรียนเดียวกัน

 

    17 เม.ย.  -  15 พ.ค.  รอบที่ 3 รับตรงร่วม

  • เลือกได้เรียง 6 อันดับ คณะ-มหาวิทยาลัย
  • กสพท. (แพทย์ ทันตะ เภสัช พยาบาล สัตวฯ วิทยาศาสตร์สุขภาพ) เลือกได้ทั้ง 6 อันดับ
  • ใช้คะแนน GAT/PAT และ 9 วิชาสามัญ 
  • ประกาศผลติดแค่ 1 อันดับ

 

    9 พ.ค.  -  3 มิ.ย.  รอบที่ 4 แอดมิชชั่น

  • รอบนี้รับเยอะสุด (ยกเว้น กสพท. แพทย์ ทันตะ เภสัช พยาบาล วิทยาศาสตร์สุขภาพ ที่ส่วนใหญ่รับรอบ 3 ไปหมดแล้ว)
  • เลือกได้เรียง 4 อันดับ คณะ-มหาวิทยาลัย
  • ใช้คะแนน GPAX 20% , O-NET 30% , GAT/PAT 50%
  • ประกาศผลติดแค่ 1 อันดับ

 

    28 พ.ค.  -  16 มิ.ย.  รอบที่ 5 รับตรงอิสระ

  • สำหรับน้องๆ ที่พลาด จากรอบก่อนหน้าทั้งหมด
  • มีตัวเลือกไม่มากนัก บางมหาวิทยาลัย บางคณะมีประกาศรับเพิ่ม (อาจเพราะรับได้น้อยจากรอบอื่นๆ )
  • ติดตาม เอกสารการสมัคร เกณฑ์และจำนวนรับได้จากแต่ละมหาวิทยาลัย

 

ระวัง! TCAS ทุกรอบถ้าติด ตัดสิทธิ์รอบถัดไป และถ้ายืนยันสิทธิ์แล้วยกเลิกได้เพียงครั้งเดียว!

  • รอบไหนมีสัมภาษณ์ แต่น้องไม่ไป ถือว่าตัดสิทธิ์เข้าเรียนอัตโนมัติ ซึ่งเท่ากับมีสิทธิ์ยื่นสมัครรอบถัดไปได้โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
  • กรณีผ่านสัมภาษณ์แล้ว ยื่นขอสละสิทธิ์กับมหาวิทยาลัยไม่ทัน ทปอ. จะมีระบบออนไลน์ให้สละสิทธิ์ได้ก่อนรอบถัดไป
  • ที่สำคัญเลย ถ้ายืนยันสิทธิ์ไปแล้ว สละสิทธิ์ได้เพียงรอบเดียวเท่านั้น! รอบถัดๆ ไป ไม่สามารถสละสิทธิ์ได้อีก ต้องเรียนคณะนั้นๆ เลย
  • กรณีที่ไม่อยากเสียสิทธิ์ ให้เลือกไม่ยืนยันสิทธิ์ โดยไม่ไปสัมภาษณ์ หรือไปสัมภาษณ์แล้วแจ้งว่าขอไม่ยืนยันสิทธิ์ ซึ่งจะทำให้มีโอกาสยืนยันสิทธิ์และสละสิทธิ์ในครั้งถัดไปได้อีก 1 ครั้ง

 

แล้วต้องสอบอะไรบ้าง?

  • GAT/PAT   
    • สอบ 23 - 26 ก.พ.   [ประกาศผล 1 เม.ย.]
    • ใช้เป็นคะแนน TCAS รอบ 2 - 5 (แต่ละคณะ-มหาวิทยาลัยไม่เหมือนกัน)
  • ความถนัดแพทย์ กสพท. 
    • สอบ 9 มี.ค.  
    • ใช้เป็นคะแนน กสพท. TCAS รอบ 3 เท่านั้น รอบอื่นไม่ใช้
  • 9 วิชาสามัญ   
    • สอบ 16 - 17 มี.ค.   [ประกาศผล 5 เม.ย.]
    • ใช้เป็นคะแนน กสพท. ใน TCAS รอบ 3 
    • ใช้เป็นคะแนน TCAS รอบ 2-5 (แต่ละคณะ-มหาวิทยาลัยไม่เหมือนกัน)
  • O-NET   
    • บังคับสอบทุกคน 2-3 มี.ค.   [ประกาศผล 31 มี.ค.]
    • ใช้เป็นคะแนน TCAS รอบ 4  Admission
    • ใช้เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ 60% สำหรับ กสพท.
    • อาจใช้เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ หรือเป็นคะแนนของบางคณะ-บางมหาวิทยาลัย TCAS รอบ 2-5

 

เด็กซิ่วทำไง?

สำหรับเด็กซิ่ว(น้องๆ ที่จบ ม.ปลายไปแล้ว) สามารถสมัครได้ทุกรอบ แต่บางคณะ บางมหาวิทยาลัยมีเงื่อนไขต้องลาออกจากคณะที่กำลังเรียนอยู่ก่อน

 

เรียนนานาชาติ หรือ จบจากต่างประเทศ ทำไง?

  • ไม่ต้องเทียบวุฒิ
  • สมัครตามเกณฑ์ที่แต่ละมหาวิทยาลัยกำหนด (หาข้อมูลจากมหา'ลัยที่ต้องการเข้าได้เลย)
  • TCAS รอบที่ 1  อาจต้องยื่นผลสอบ IELTS, TOEFL, SAT เป็นต้น
  • TCAS รอบที่ 3-5  สมัครได้แต่ต้องสอบเพื่อให้มีคะแนนและมีคุณสมบัติเกณฑ์ของแต่ละรอบ
โดย พี่ต้น โอเพ่นดูเรียน