5 กฎเหล็ก! เขียน Resume ยังไงให้ดูโปร [พร้อมตัวอย่าง]

สงครามสมัครงาน เริ่มต้นที่การเขียน Résumé! เขียนยังไง ให้ไม่ยี้? มาลองดูหลักง่ายๆ 5 ข้อกันเลย


​​     ใครๆ ก็ต้องเขียน เรซูเม่ ภาษาอังกฤษ กันทั้งนั้น แต่จะเขียนยังไงให้ดูโปร? ดูไม่เวอร์ มากไป หรือน้อยไป? ลองไปดูกฎเหล็ก 5 ข้อในการเขียนเรซูเม่กันเลย!

 

  1. เลือกแบบเรซูเม่ให้เหมาะกับเรา


 

ตัวอย่างเรซูเม่มีมากมาย ให้เลือกแบบที่เหมาะกับความต้องการของเราเอง เช่นอยากใส่แค่ข้อมูลส่วนตัว กับประวัติการทำงาน ก็ลองหาตัวอย่างที่เป็นแบบเดียวกันมาปรับดู หรือถ้าถูกใจเทมเพลตแบบไหน ก็ลองปรับได้ เช่นเอาส่วน A ออก เพิ่มส่วน B เข้าไปแทน เป็นต้น ยิ่งสมัยนี้มีตัวอย่างให้ดูมากมาย ทั้งตามสายอาชีพ และตามสิ่งที่เราอยากนำเสนอ (แอดมีรวบรวมแหล่งตัวอย่าง เทมเพลตเรซูเม่ ภาษาอังกฤษมาให้แล้ว อยู่ท้ายบทความนี้เลยจ้า)

 

2. ใช้ font และ size ให้อ่านง่าย
 


ทางที่ดีควรเลือกใช้  font มาตรฐาน (แบบที่มีกันทุกเครื่อง) เพื่อป้องกันการผิดเพี้ยน เวลาที่ส่งไฟล์ทาง email หรือแม้แต่ถ้าต้องส่งเป็นเอกสารจริง ก็ควรเลือกใช้ font มาตรฐาน อ่านง่ายๆ font ที่ใช้กันทั่วไปเช่น  Times New Roman, Arial, หรือ Calibri  ส่วนขนาดตัวอักษร ไม่ควรเล็ก หรือใหญ่เกินไป (ประมาณ 10-12)

พยายามเว้นบรรทัด หรือจัดช่องไฟให้อ่านง่าย สบายตา อย่าติดกันจนเกินไป (ลองดูว่าถ้าเรากวาดตาผ่านคร่าวๆ แล้วยังพออ่านได้ความอยู่ แสดงว่าโอเค)

 

3. เลือกข้อมูลที่สำคัญ และจำเป็น

 

 

เข้าใจว่าในฐานะผู้สมัครงาน เราก็อยากให้คนอ่านได้รับรู้สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้านึกถึงคนอ่านที่เป็นฝ่ายบุคคล เขารู้อยู่แล้วว่ากำลังมองหาผู้สมัครสำหรับ "ตำแหน่ง" อะไรอยู่ ดังนั้นพวกคุณสมบัติ ลักษณะนิสัย ประวัติการทำงาน ก็คงพอมีในใจแล้วว่าต้องการคนแบบไหน

ควรเลือกใส่เฉพาะข้อมูลที่ "สำคัญ และจำเป็น" ต่อตำแหน่งงานที่เราจะสมัครก็พอ จัดเรียงให้อ่านง่าย อะไรไม่เกี่ยวก็อย่าพยายามยัดลงไป

 

4. ภาษาต้องมา

 

 

ในยุคที่ต้องแข่งขันกันเพื่อให้ได้งานดีๆ นอกจากคุณสมบัติตามที่บริษัทระบุแล้ว "ความสามารถด้านภาษา" เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่จะทำให้เราโดดเด่น เหนือผู้สมัครอื่นๆ ได้! ไม่ว่าจะเป็นคะแนน TOEIC 750+ หรือหากเราได้ภาษาที่สามอื่นๆ ก็ควรระบุไปด้วย ถ้าภาษานั้นๆ มีการสอบที่เป็นมาตรฐาน และเรามีผลคะแนน ควรระบุไปเลยว่าได้คะแนนเท่าไร แต่ถ้าไม่มี ให้ใส่ไปว่าเราได้ภาษานั้นในระดับไหน เช่น 

  • TOEIC 850 คะแนน
  • Korean language - TOPIK Level 4
  • German - beginner

พวกใบ certificate ต่างๆ สามารถแนบไปได้ แต่! ให้เลือกที่คิดว่าดี และมีผลกับตำแหน่งที่เราจะสมัครนะ (อ่านย้อนไปข้อ 3 อีกรอบ) เพราะเวลาคนอ่าน เค้าก็อยากได้อะไรที่ "ตรงความต้องการ" มากกว่า "ปริมาณ" ใบประกาศนียบัตรแน่ๆ

 

5. อย่าลืมตรวจทานก่อนส่ง

 

 

นอกจากการตรวจพวกตัวสะกด ขนาดตัวอักษร และ font แล้ว หากเป็นการปรับจากเรซูเม่ตัวอย่างที่โหลดมา หรือยืมคนอื่นมาอีกที อย่าลืม! ดูว่ามีข้อมูลส่วนไหนที่เรายังไม่ได้เปลี่ยนบ้าง เช่นข้อมูลส่วนตัว เบอร์โทรติดต่อ หรือที่อยู่ (หากพลาดส่งไป จะดูไม่โปรมากๆ)

 

 

แหล่งรวมตัวอย่าง resume ภาษาอังกฤษ

เลือกได้ตามสายงาน

https://www.livecareer.com/resume-examples-view-all

https://www.myperfectresume.com/how-to/

https://resumegenius.com/resume-samples 

(เว็บนี้เลื่อนลงมาด้านล่างสามารถเลือกได้ทั้งตามสายงาน, ตาม format ที่ต้องการ, หรือเลือกตามสิ่งที่อยากนำเสนอ)

 

ตัวอย่างการเขียนเรซูเม่

อันนี้รวบรวมตัวอย่างการเขียนเรซูเม่ภาษาอังกฤษ ทั้งสำหรับเด็กจบใหม่ และระดับหัวหน้างาน ดีตรงที่เป็นบทความจาก jobsDB (เว็บสมัครงานชื่อดัง) และมีเขียนอธิบายเป็นภาษาไทยให้อ่านกันได้ง่าย ด้วย

หรือถ้ายังไม่เจอแบบที่โดนใจ ลองค้นหาด้วยคำว่า "resume examples" หรือ "resume templates" ได้เลย มีเพียบ ทั้งเว็บฟรี รูปภาพให้ดูเป็นตัวอย่าง หรือบางเว็บมีบริการให้สร้าง resume ออนไลน์แบบฟรีๆ ด้วย ^^

 

★★★ อัพคะแนน TOEIC พร้อมสมัครงานก่อนใคร! ติวกับ KruBird English เลย! ★★★

สมัครทดลองเรียนฟรีได้ที่ www.OpenDurian.com/toeic

- เนื้อหาครบถ้วน เริ่มปูให้จากพื้นฐาน ไม่ค่อยถนัดอังกฤษ ก็เรียนได้

- การันตี 750+ คะแนน (ไม่ถึง ยื่นคะแนนเรียนทวนฟรี!)

- อัพเดทแนวข้อสอบจริง เทคนิคจากประสบการณ์จริงเรื่อยๆ

- เรียนง่าย จัดเวลาสะดวก เพราะเรียนผ่าน Online อยู่ที่ไหนก็เรียนได้เลย

- มีหนังสือจัดส่งให้ถึงที่

- ทวนซ้ำไม่อั้นใน 60 วัน

** สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Inbox เพจ www.facebook.com/krubirdenglish

หรือแอดไลน์มาปรึกษาได้ที่ LINE ID: @krubird (มี @ ด้วยน้า)

โดย Darunwan