อัพคะแนน TOEIC ได้เป็นร้อย ด้วยเทคนิคแยกโจทย์ Grammar

ปัญหาใหญ่ของคนที่สอบ TOEIC คือพอมีความรู้ เข้าใจนะ แต่เวลาเจอโจทย์แล้วแยกไม่ออกซะงั้นว่าโจทย์กำลังวัด Grammar เรื่องไหนอยู่?


ทำให้เสียเวลาค่อนข้างเยอะเวลาทำโจทย์ เพราะในหัวนี่มีเนื้อหาปนกันไปหมด วันนี้เลยเอาเทคนิคสังเกตโจทย์ TOEIC (ส่วน Grammar) มาฝากกันค่ะเพราะพาร์ทนี้ถือว่าเป็นตัวทำคะแนนเลย ถ้าเก็บได้หมดนี่ คะแนนเพิ่มขึ้นได้เป็นร้อยเลยนะเนี่ย! ถ้าพลาดไปเสียดายแย่ พร้อมแล้วไปดูเทคนิคที่จะช่วยเราอัพคะแนนกันเลยค่ะ

เหตุผลที่ให้ดูจากตัวเลือกก่อนเพราะเราจะเดาได้เลยว่าข้อนั้นถามเรื่องอะไรอยู่ จากตัวเลือกเนี่ยล่ะ เช่นถ้าถามเรื่อง Part of Speech ตัวเลือกที่ให้มาก็มักจะเป็นคำๆ เดียว แต่คนละรูปคำ (มีทั้ง N./V./Adj./Adv.) ซึ่งถ้าเราจับทางจากตัวเลือกได้แล้ว ก็ทำให้ scope เนื้อหาที่จะเอามาใช้ตอบได้ง่ายขึ้น

หลังจากเช็คตัวเลือกแล้ว ลองย้อนไปดูโจทย์อีกทีว่ามันตรงกับที่เราคิดมั้ย เช่นตัวเลือกให้มา

(A) wouldn’t have missed
(B) wouldn’t miss
(C) won’t have missed
(D) won’t miss

 

ดูจากตัวเลือกแล้วน่าจะเข้าข่ายถามเรื่อง If-Clause มากที่สุด (นึกถึงเนื้อหาโครงสร้าง If-Clause ที่มี 3 แบบ)

ลองย้อนไปดูโจทย์บ้าง

If we hadn’t left the house so late, we _______ the train.

 

เห็น If ขึ้นมา แถมรูปประโยคมี 2 ฝั่ง แสดงว่าข้อนี้มั่นใจได้เลยว่ากำลังถามเรื่อง If-Clause แน่นอน ตัดเรื่อง Future tense และเรื่องอื่นไปได้เลย

หลักง่ายๆ มีแค่ 2 ข้อเองค่ะ ส่วนด้านล่าง ทีมงานได้รวบรวมลักษณะตัวเลือกแต่ละแบบมาแล้วว่า ตัวเลือกประมาณนี้ มักจะถามเรื่องอะไร เวลาเจอในข้อสอบจะได้ตัดเนื้อหาในหัวได้ไวขึ้นค่ะ

>> ชำแหละรูปแบบข้อสอบ TOEIC ครบ 7 พาร์ท พร้อมเทคนิคการทำโจทย์ <<

 

1. Part of Speech

โจทย์ที่วัดเรื่อง Part of Speech มักจะให้คำหลักมาคำเดียว แต่จะแตกต่างกันที่รูปคำ เช่น

 

(A) decision  (B) decide  (C) decided  (D) decidedly

(A) extend  (B) extension  (C) extends  (D) extensive

(A) select  (B) selective  (C)selection  (D) selecting

 

ถ้าเจอแบบนี้ เราไม่ต้องแปลโจทย์ ก็สามารถตอบได้ เพราะโจทย์ไม่ได้ต้องการถามเรื่องความหมายอยู่แล้ว แต่อยากรู้ว่าในช่องว่างที่ให้มาน่ะ เรารู้รึเปล่าว่าควรใช้คำประเภทไหน? ซึ่งขั้นถัดไปก็ใช้เทคนิคที่ครูเบิร์ดสอนในคอร์ส KruBird TOEIC ต่อได้เลยค่ะ เช่นการดูคำลงท้าย หรือดูโครงสร้างหน้า-หลังช่องว่าง เพื่อหาคำตอบว่าในช่องว่างควรจะเป็นอะไร เช่นหากลงท้ายด้วย -ry, -ty, -ment มักจะเป็น N. หรือหากเจอช่องว่างแบบนี้ 'The _____ exhibition' ก็รู้ได้เลยว่าในช่องว่างต้องเป็น Adj. เพื่อมาขยาย N. เป็นต้น

 

2. Preposition

ข้อที่วัดเรื่อง Preposition นี้ ง่ายๆ เลยตัวเลือกก็จะให้มาเป็น Preposition หลายๆ คำนั่นเอง เช่น

 

(A) on              (B) in                (C) at               (D) above

(A) at               (B) until           (C) by               (D) on

(A) before        (B) from           (C) across        (D) to

 

ประเด็นสำคัญของโจทย์ที่ถามเรื่องนี้คือ ต้องแยกให้ได้ก่อนว่าโจทย์ถามถึง Prepo. บอก “เวลา” หรือ “ตำแหน่ง” โดยดูจากประโยคที่โจทย์ให้มาเลย ถ้าเป็นเวลาก็มักจะมีตัวเลขบอกเวลา หรือวันที่ (Monday, the next day, yesterday, next month เป็นต้น) ส่วนถ้าเป็นตำแหน่งก็จะง่ายหน่อยเพราะมักจะเป็นชื่อเมือง ประเทศ ถนน หรือสถานีต่างๆ ค่ะ ที่เหลือก็ต้องอยูที่ว่าเราแม่นแค่ไหนเรื่องความหมายของ Preposition แต่ละคำ

 

3. If-Clause

คำถามประเภท If-Clause ในข้อสอบ TOEIC มักจะมีคำว่า “If” ในประโยคอยู่แล้ว ไม่ต้นประโยค ก็กลางประโยค (บางครั้งอาจจะเจอคำอื่นที่มาแทน If ได้เช่น Should, Were, Had ได้ แต่น้อย) ส่วนตัวเลือกที่มักให้มาก็จะเป็นโครงสร้าง tense ของแบบ 1, ,2, 3 ปนกันมา โดยจะเป็นฝั่งใดฝั่งหนึ่งที่โจทย์เว้นไว้ ส่วนอีกฝั่งเขาจะให้มาเพื่อเป็นคำใบ้ให้เรา เช่น

 

(A) will arrive  (B) would arrive  (C) would have arrived  (D) will have arrived

(A) wouldn’t have  (B) don’t have  (C) won’t have  (D) didn’t have

(A) made  (B) have made  (C) had made  (D) would have made

 

ที่เราต้องทำก็แค่จำโครงสร้างทั้ง 3 แบบให้ได้ แล้วดูจากฝั่งที่เขาให้มาว่าเป็นแบบไหน คำตอบก็จะต้องเป็นแบบเดียวกันเช่นให้โจทย์มาว่า

 

If you _________ your reservations earlier, you would have gotten on the flight you wanted.

(A) made  (B) have made  (C) had made  (D) would have made

 

ข้อนี้ให้ฝั่ง would have + V.3 มาแล้ว เข้าสูตร If-Clause แบบที่ 3 ดังนั้นอีกฝั่งก็ต้องเป็น had + V.3 ตรงกับข้อ (C) ก็ตอบได้เลยค่ะ

 

4. Tense

โจทย์ที่ถามเรื่อง Tense จะสังเกตจากตัวเลือกได้ไม่ยาก เพราะเขาก็จะให้ V. ในรูปแบบหลายๆ tense มานั่นเอง เช่น

 

(A) explain  (B) explained  (C) was explaining  (D) have explained

(A) evaluates  (B) evaluate  (C) are evaluating  (D) had evaluated

(A) gets  (B) were getting  (C) will get  (D) have gotten

 

ส่วนที่ยากของโจทย์แบบนี้อาจจะไม่ใช่การสังเกตว่าวัดเรื่องอะไร (เพราะดูจากตัวเลือกแล้วน่าจะเดาได้ไม่ยาก) แต่คือการหาคำตอบต่างหากว่าสรุปแล้วคำตอบควรเป็น tense อะไรดี? ดังนั้นต้องจำโครงสร้าง tense และkeyword ของแต่ละ tense ให้ดีค่ะ ส่วนใหญ่ข้อที่วัดเรื่อง Tense ใน TOEIC มักจะเอา tense ง่ายๆ มาออก (พวก Future Perfect, Future Con, Past Perfect Con อะไรที่ซับซ้อน หรืออาจจะดูคล้ายๆ กัน ก็จะไม่เอามาออกค่ะ ดังนั้นถ้าคำตอบมันใช่แล้ว มันจะชัดมากๆ ไม่ต้องมาให้เราลังเลเลย)

 

5. Conjunction

โจทย์ที่วัดเรื่อง Conjunction หรือคำเชื่อมนี่ออกบ่อยมาก ตัวเลือกแน่นอนว่าต้องให้เป็นคำเชื่อมต่างๆ มา ซึ่งส่วนใหญ่ต้องดูความหมายของประโยคประกอบด้วย ถึงจะตอบได้ว่าควรใช้คำเชื่อมแบบไหน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเทคนิคให้สังเกตเลย เช่นพวก Conjunctions ที่มาเป็นคู่ๆ (not only....but also, either...or, neither...nor) พวกนี้ยังสังเกตได้จากฝั่งใดฝั่งนึงที่ให้มา ส่วนคู่สับสนอื่นๆ เช่นพวก because-because of, so-because, despite-although ครูเบิร์ดมีสอนเทคนิคการสังเกตการใช้คำเชื่อมแบบต่างๆ ไว้หมดแล้วในคอร์ส ลองไปทวนกันได้เลยค่ะ (ถ้าเขียนในนี้จะยาวมากเกินไป)

ตัวอย่างตัวเลือกที่วัดเรื่อง Conjunctions เช่น

 

(A) and            (B) but             (C) or               (D) so

(A) although    (C) because     (C) unless         (D) while

(A) both           (B) nor             (C) not only     (D) either

 

**อีกกลุ่มที่ต้องระวังเพราะจะวัดที่ความหมายล้วนๆ เลย ก็คือกลุ่ม Conjunction ที่ต้องใช้การแปลเท่านั้น! ดังนั้นความจำความหมายให้ได้ทุกตัว เช่น

Nevertheless (ยังไงก็ตาม)

On the other hand (ในทางตรงกันข้าม)

Otherwise (มิฉะนั้น)

Hence, Thus, Therefore (เพราะฉะนั้น)

 

ดังนั้นอย่าลืมทบทวนกลอน Conjunction ไปด้วยนะคะ

 

6. Comparison

โจทย์ที่วัดเรื่อง Comparison การเปรียบเทียบ ตัวเลือกก็มักจะเป็น Adj. หรือ Adv. ในรูปการเปรียบเทียบขั้นต่างๆ เช่น

 

(A) more spacious  (B) the most spacious  (C) as spacious  (D) space

(A) shorter  (B) short as   (C) more shorter  (D) the shortest

(A) as carefully  (B) more carefully  (C) most carefully  (D) carefully

 

หลักการคือเมื่อรู้ว่าถามเรื่องการเปรียบเทียบแล้ว ให้กลับไปดูโจทย์ว่ามีคำใบ้อะไรมาให้บ้าง และเป็นการเปรียบเทียบแบบขั้นไหน (ขั้นเท่า/ขั้นกว่า/ขั้นสูงสุด) ซึ่งแต่ละขั้นก็จะมีคำใบ้ต่างกัน ทำให้เรามีตัวช่วยในการเลือกคำตอบได้ค่ะ เช่นขั้นเท่ามักจะเป็น as_____as ขั้นกว่ามักจะมี than ส่วนขั้นสูงสุดก็มักจะมี the มาให้เป็นต้น

 

7. Gerund & Infinitive

เรื่อง Gerund & Infinitive แนวตัวเลือกที่ให้มาอาจจะดูๆ แล้วไปคล้ายกับ tense เพราะเขาจะให้ V. มาซึ่ง 2 ใน  4 จะเป็น Gerund และInfinitive แน่นอนอยู่แล้ว ส่วนอีก 2 ตัวเลือกที่จะใส่มาหลอกก็มักจะเป็น V. ใน tense อื่นๆ เช่น

 

(A) to coordinate  (B) coordinates  (C) coordinating  (D) coordinated

(A) Notifying   (B) Notify  (C) To notify  (D) Notifies

(A) sign  (B) signing  (C) signed  (D) to sign

 

หลักการคือถ้าข้อนั้นวัดเรื่อง Gerund และ Infinitive จริง ในโจทย์มักจะให้ V. เมียหลวงมาอยู่แล้ว แค่เราต้องตอบว่าส่วนที่ตามมาควรอยู่ในรูปอะไร (ถ้าใครจำ V. ที่ต้องตามด้วย Gerund ที่ครูเบิร์ดเคยสอนไปได้ ก็สบายแล้วค่ะ) เช่น

 

She delayed __________ the contract until she had a chance to speak with her lawyer.

(A) sign  (B) signing  (C) signed  (D) to sign

 

จะเห็นว่าข้อนี้มี V. เมียหลวงคือ delayed อยู่แล้ว และเป็น V. ที่ต้องตามด้วย Gerund ดังนั้นเราตอบ (B) ได้เลยค่ะ กลับกันถ้าเป็นโจทย์ด้านล่าง

 

She reluctantly ________ the contract after she talked to her lawyer.

(A) sign  (B) signing  (C) signed  (D) to sign

 

ข้อนี้ดูจากโจทย์จะยังไม่มี V. เมียหลวงเลย เพราะเขาเว้นไว้ให้เราเติมนั่นเอง ซึ่งที่ถูกต้องตอบ (C) ค่ะ เพราะประโยคอยู่ในรูป Past Simple

ต้องสังเกตดีๆ นะคะ เพราะบางครั้ง V. ในรูป Gerund และ Infinitive ก็มีไปโผล่รวมกับข้อที่วัดเรื่อง tense อยู่เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นแบบนั้นในโจทย์จะต้องยังไม่มี V. เมียหลวงมาให้ เพราะรอให้เราหาคำตอบที่ถูกไปเติมนั่นเอง

 

8. Vocabulary

โจทย์แบบนี้แหละที่หินสุด เพราะต้องวัดกันที่ความหมายศัพท์แล้ว ซึ่งตัวเลือกก็จะให้ศัพท์ที่แตกต่างกันมาเลย แต่อยู่ในรูป Part of Speech เดียวกันเช่น

 

(A) investigation  (B) invention  (C) inspiration  (D) inventory

(A) relieved  (B) reluctant  (C) reliable  (D) relocated

(A) expect  (B) expel  (C) expend  (D) expedite

 

พอให้มา Part of Speech เดียวกันแบบนี้ ทำให้เราต้องแปลโจทย์เพื่อดูว่าควรใช้ศัพท์คำไหนเหมาะสุด และที่สำคัญสุดคือต้องรู้ความหมายศัพท์ในตัวเลือกด้วย (หรืออย่างน้อยๆ ก็ต้องพอเดาความหมายได้ว่าเป็นบวก หรือลบ หรือเกี่ยวกับอะไร) ทางที่ดีที่สุดควรท่องศัพท์ เตรียมตัวไปด้วย เพราะถ้าเจอศัพท์ที่เรารู้ความหมาย การทำโจทย์ประเภทนี้จะง่ายขึ้น 10 เท่าเลยทีเดียว!

>>> แจกฟรีคลังศัพท์ TOEIC แบ่งเป็นหมวดหมู่ <<<

 

รู้เทคนิคดีๆ แบบนี้แล้ว คราวหน้าสอบ หรือฝึกทำโจทย์ก็ลองเอาไปใช้กันดูนะคะ รับรองช่วยประหยัดเวลาทำข้อสอบ และช่วยเราแยกแยะเนื้อหาในหัวได้ดีขึ้นด้วยค่ะ  อย่าลืม! #แชร์วนไป #แชร์ต่อให้เพื่อน ด้วย ^^

 

---------------------- ติว TOEIC เข้ม ครบ พร้อมสอบใน 18 ชม. ต้อง KruBird TOEIC ------------------------------

สมัคร หรือทดลองเรียนฟรีได้ที่ www.OpenDurian.com/toeic

- เนื้อหาครบถ้วน เริ่มปูให้จากพื้นฐาน ไม่ค่อยถนัดอังกฤษ ก็เรียนได้

- การันตี 750+ คะแนน (ไม่ถึง ยื่นคะแนนเรียนทวนฟรี!)

- อัพเดทแนวข้อสอบจริง เทคนิคจากประสบการณ์จริงเรื่อยๆ

- เรียนง่าย จัดเวลาสะดวก เพราะเรียนผ่าน Online อยู่ที่ไหนก็เรียนได้เลย

- มีหนังสือจัดส่งให้ถึงที่

- ทวนซ้ำไม่อั้นใน 60 วัน

** สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Inbox ของ www.facebook.com/krubirdenglish

หรือแอดไลน์มาปรึกษาได้ที่ LINE ID: @krubird (มี @ ด้วยน้า)

โดย Darunwan