ข้อสอบ IELTS คืออะไร? สอบอะไรบ้าง? (ตัวอย่างข้อสอบ IELTS)

กำลังเตรียมสอบ IELTS กันอยู่ใช่ไหม? ก่อนอื่นเลย รู้กันรึยังว่า ข้อสอบ IELTS นั้นหน้าตาเป็นยังไง? สอบอะไร มีโจทย์แบบไหนบ้าง? มาดูกันเลยค่ะ

ข้อสอบ IELTS คืออะไร? สอบอะไรบ้าง?

ข้อสอบ IELTS นั้นจะมีรูปแบบที่หลากหลายมาก ไม่ใช่แค่แบบ "Multiple choices" แบบที่เราคุ้นเคยกัน แต่จะมีทั้งการเติมคำในประโยค แผนภาพ flowchart หรือตาราง และยังมีการจับคู่คำตอบด้วย ดังนั้นถ้าไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไป ก็มีโอกาสที่จะทำไม่ได้ ทำไม่ทันแน่ๆ บทความนี้จะพาไปดูรูปแบบของข้อสอบ IELTS ทั้ง 4 ทักษะกันค่ะ

สารบัญบทความ

รูปแบบข้อสอบ IELTS Listening

รูปแบบข้อสอบ IELTS Reading (Academic)

รูปแบบข้อสอบ IELTS Writing (Academic)

รูปแบบข้อสอบ IELTS Speaking


IELTS LISTENING

จำนวนข้อ นาที
40

30

(+10 นาที สำหรับ transfer คำตอบ แบบ Paper-based)
(+2 นาที สำหรับตรวจคำตอบ แบบ Computer-Delivered)


ข้อสอบ IELTS Listening  นั้นจะแบ่งออกเป็น 4 Parts ซึ่งเนื้อหาของแต่ละ part นั้นก็จะมีความยากง่าย เนื้อเรื่องต่างกันดังนี้
 

Part 1 

บทสนทนา 2 คนคุยกัน หัวข้อเป็นเรื่องทั่วๆ ไป

Part 2

 

บทพูดคนเดียว (monologue) หัวข้อเรื่องทั่วๆ ไป เช่นแนะนำ local facilities

Part 3

บทสนทนาหลายคน (สูงสุด 4 คน) หัวข้อยากขึ้น เช่นการถกกันระหว่างอาจารย์ กับนักศึกษาในหัวข้อทางวิชาการ

Part 4

บทพูดคนเดียว (monologue) หัวข้อทางวิชาการ เช่นการบรรยายในระดับมหาวิทยาลัย

 

รูปแบบคำถามใน ข้อสอบ IELTS Listening

IELTS Listening สรุปให้เข้าใจง่ายๆ จะมีคำถามทั้งหมด 5 แบบ

1. Completing information/Labelling

รูปแบบนี้จะเป็นการเติมข้อมูล หรือใส่ข้อมูลในรูปภาพให้สมบูณ์ โดยจะมีทั้ง

  • Plan
    แผนผังห้อง อาคารต่างๆ โดยให้ใส่ว่าจุดไหนเรียกว่าอะไร

 


 

  • Picture diagram
    ไดอะแกรมของโครงสร้างเช่น พวกเครื่องจักร หรือกลไกการทำงานต่างๆ



 

  • Map
    แผนที่เมือง ถนน


 

  • Form
    ฟอร์มเช่น ฟอร์มการเช่ารถ ฟอร์มจองทัวร์ หรืออื่นๆ โดยจะเป็นการกรอกข้อมูลพวกชื่อ เบอร์โทร ระยะเวลา ราคา และอื่นๆ


 

  • Note
    โน๊ตสรุปเนื้อหาเช่น เนื้อหาเป็นการบรรยายในมหาวิทยาลัย ตัวโน๊ตก็จะเป็นการสรุปเนื้อหาออกมาเป็น bullet points หรือสรุปข้อความเป็นข้อๆ


 

  • Table
    ตารางสรุปข้อมูลต่างๆ


 

  • Flow-chart
    ขั้นตอน กระบวนการต่างๆ ที่ชัดเจน


 

  • Summary
    เนื้อหาสรุปส่วนมากจะเป็นการสรุปเนื้อหาจากบทบรรยายเชิงวิชาการ


ติว IELTS Academic ครูเจี๊ยบ

 

2. Multiple-choice questions

รูปแบบหลายตัวเลือก ให้เลือกคำตอบ ซึ่งปกติเราจะชินว่าให้เลือกคำตอบเดียวเท่านั้นในข้อสอบส่วนใหญ่ แต่ใน IELTS นั้นจะมีทั้ง

  • ให้เลือก 1 คำตอบ จาก 3 ตัวเลือก
  • ให้เลือก 2 หรือ 3 คำตอบ จาก 5 ตัวเลือก


 

3. Matching questions

รูปแบบนี้เป็นการจับคู่ information เช่น

  • ชื่อคน กับ ideas
  • ประเภทหัวข้อ กับ ข้อมูล
  • โครงสร้างเครื่องจักร กับ ชื่อเรียกส่วนประกอบ


 

4. Sentence Completion

เป็นการเติมคำลงในประโยคให้สมบูรณ์ โดยอิงจากสิ่งที่ได้ยินในเนื้อหา


 

5. Short-answer questions

รูปแบบนี้จะเป็นคำถามสั้นๆ แล้วให้เขียนตอบ (ส่วนมากไม่เกิน 3 คำ และตัวเลข) โดยคำถามมักจะเป็นการถามรายละเอียดต่างๆ


 


IELTS READING

สำหรับข้อสอบ IELTS Reading แบบ Academic นั้น จะมีทั้งหมด 3 passages (ซึ่งแต่ละอันยาวมาก) มาพร้อมกับรูปแบบคำถามที่หลากหลายเหมือนกับคำถามในส่วน Listening และมีเวลาให้ 60 นาที กับคำถาม 40 ข้อ
 

ข้อสอบ IELTS Reading วัดอะไร?

IELTS Reading นั้นจะเป็นการวัดทักษะการอ่านหลายๆ รูปแบบเช่น

  • การอ่านเพื่อหาแก่นของเรื่อง
  • การอ่านเพื่อหาใจความ
  • การอ่านเพื่อหาข้อมูล รายละเอียด
  • ทักษะการอ่านแบบ Skimming (รู้ว่าต้องมองหาคำตอบที่ตรงไหน ไม่ได้อ่านทั้งหมดทีละบรรทัด)
  • การอ่านเพื่อหาความรู้สึก ความคิดเห็น จุดประสงค์ของผู้เขียน
     

รูปแบบคำถามใน ข้อสอบ IELTS Reading

1. Fill-in

เป็นการเติมคำลงในช่องว่าง ตารางต่างๆ โดยจะมีรูปแบบย่อยๆ อีกเช่น

  • summary (เติมคำในบทสรุปเนื้อหาย่อ)


 

  • note (เติมคำลงในสรุปโน๊ตจากเรื่อง)


 

  • table (เติมคำลงในตาราง)


 

  • flow-chart (เติมคำลงในภาพขั้นตอน กระบวนการต่างๆ)


 

  • diagram (เติมคำลงในภาพ ชี้ส่วนประกอบต่างๆ เช่นเครื่องจักร อุปกรณ์บางส่วน)


 

2. Short-answer Questions

เป็นคำถามสั้นๆ ให้ตอบคำถาม โดยส่วนมากจะเป็นพวกรายละเอียดต่างๆ โดยให้เราหาคำจาก text ที่อ่านมาเติม ซึ่งต้องอ่านคำสั่งดีๆ เช่นกันว่าให้เติมได้กี่คำ
 


 

3. Multiple-choice Questions

  • เลือก 1 คำตอบ จาก 4 ตัวเลือก
  • เลือก 2 คำตอบ จาก 5 ตัวเลือก
  • เลือก 3 คำตอบ จาก 7 ตัวเลือก


 

4. True/False/Not Given หรือ Yes/No/Not Given

รูปแบบนี้ โจทย์จะให้ประโยค (Statements) มา แล้วให้เราเลือกว่าข้อมูลไหนที่เป็นความจริง ไม่จริง หรือไม่มีข้อมูลระบุ ซึ่งต้องอิงจากเนื้อหาที่เราอ่าน

หรืออีกแบบคือให้ข้อมูลมา แล้วให้เลือกว่าตรง หรือไม่ตรงกับ Views/Claims ของผู้เขียน หรือว่าไม่ได้ระบุ



 

5. Matching Questions

  • information (ให้ข้อมูลมา กับตัวอักษรกำกับ paragraphs ให้เลือกว่าข้อมูลนี้อยู่ใน paragraph ไหน)


 

  • headings (จับคู่หัวเรื่องกับ paragraph ซึ่งหัวเรื่องก็คือ main ideas ของแต่ละ paragraph นั่นเอง)


 

  • features (มี list ชื่อ กับข้อมูลมาให้เช่น ชื่อนักวิทยาศาสตร์ ให้จับคู่กับข้อมูล)


 

  • sentence endings (มีส่วนหนึ่งของประโยคมาให้ และตัวเลือกจะเป็นส่วนท้าย ให้จับคู่เพื่อให้แต่ละประโยคสมบูรณ์)


 

6. Sentence Completion

เติมคำลงในประโยคเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์ โดยต้องอ่านคำสั่งดีๆ ว่าให้เติมไม่เกินกี่คำ เช่น

  • ‘NO MORE THAN THREE WORDS AND/OR A NUMBER from the passage’
  • ‘ONE WORD ONLY’ or ‘NO MORE THAN TWO WORDS’

 

IELTS WRITING
 

IELTS Writing Task 1 (150 words)

ในการเขียน IELTS Writing Task 1 (Academic) นั้น ควรใช้เวลา ไม่เกิน 20 นาทีเพราะควรแบ่งเวลาไปโฟกัสกับ Task 2 ที่ต้องเขียนยาวกว่า และสัดส่วนคะแนนก็มากกว่าด้วย

IELTS Writing Task 1 นั้นมีลักษณะดังนี้

  • ให้ภาพกราฟ ชาร์ท หรือตารางข้อมูล และตัวเลข เพื่อให้เขียนบรรยายตามข้อมูลที่เห็น
  • หรืออาจเป็นภาพไดอะแกรมของเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือกระบวนการ และให้เขียนบรรยายการใช้งาน
  • ให้เขียนถึงภาพรวม และ main features ของข้อมูล รวมถึง points อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • อาจจะไม่ต้องเขียน points เล็ก หรือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทั้งหมด ให้เลือกเขียนถึงข้อมูลที่เห็นได้ชัด และสำคัญที่สุด
     

ติว IELTS General Training ครูเจี๊ยบ

ตัวอย่างโจทย์ Writing Task 1

ตัวอย่างโจทย์ IELTS Writing Task 1 พร้อมคำตอบ

 

IELTS Writing Task 2 (250 words)

ส่วนนี้โจทย์จะเป็นการให้ประเด็นมา Task นี้ควรใช้เวลา ไม่เกิน 40 นาที โจทย์จะบอกชัดเจนว่าให้เราเขียนแสดงอะไรเช่น

  • Discuss both these views and give your own opinion. (เขียนถึงทั้งสองไอเดียที่ให้มา พร้อมแสดงความเห็นตัวเอง)
  • To what extent do you agree or disagree with this opinion? (ต้องเลือกว่าเห็นด้วยหรือไม่ พร้อมให้เหตุผล)
  • causes/effects/solutions (ให้เขียนถึงสาเหตุ ผล หรือวิธีการแก้ปัญหาจากโจทย์)
  • answer questions (เขียนเพื่อตอบคำถาม)


ตัวอย่างโจทย์ Writing Task 2

ในส่วนของ IELTS Writing นั้น นอกจากต้องเขียนให้ได้ตามจำนวนคำที่กำหนดแล้ว ยังต้องคำนึงถึง

  • ความเกี่ยวข้อง สัมพันธ์กันของคำตอบกับสิ่งที่โจทย์ถามหรือต้องการ
  • ต้องเขียนเป็นประโยคเต็มๆ ห้ามเขียนแบบเป็น bullet points หรือเป็น note
  • หากคำตอบที่เขียนไป หลุดประเด็น หรือไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่โจทย์ถาม ก็จะถูกตัดคะแนน (ถึงแม้ว่าจะเขียนถูกหลักไวยากรณ์ และใช้โครงสร้างได้ดีก็ตาม)

 

IELTS SPEAKING

Speaking Section จะใช้เวลาประมาณ 15 นาที นี้จะวัดการใช้ภาษาพูด โดยผู้สอบจะได้รับการทดสอบจากกรรมการที่เป็นเจ้าของภาษา ที่จะเป็นคนถามคำถาม และทำการทดสอบ Speaking Skill ของเรา โดยการสอบจะแบ่งเป็น 3 พาร์ทที่ต่อเนื่องกันคือ

Part 1  

Introduction and interview: จะเริ่มถามจากเรื่องทั่วไปเช่น ครอบครัว, งาน, การเรียน, หรือความชอบส่วนตัว (พาร์ทนี้ใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที)

Part 2

Long turn: ผู้สอบจะได้รับการ์ดคำถามที่มีหัวข้อกำหนดมาให้ มีเวลาเตรียมตัว 1 นาที และต้องพูดเกี่ยวกับหัวข้อที่ได้มาเป็นเวลา 2 นาที

Part 3

Discuss: กรรมการจะถามคำถามเพิ่มเติมจากหัวข้อที่ให้มาใน Part 2 โดยลักษณะคำถามจะเกี่ยวข้องกับไอเดีย ความคิดเห็น เพื่อทดสอบการพูดในเชิงนามธรรมมากขึ้น ตอบคำถามในเชิงลึกขึ้น (พาร์ทนี้ใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที)

 

ตัวอย่างคำถามใน IELTS Speaking Part 1

Hometown (บ้านเกิด)

I’d just like to ask you some questions about your hometown.

  • Where is your hometown?
    (บ้านเกิดคุณอยู่ที่ไหน)
  • What was it like growing up there?
    (คุณเติบโตที่นั่น มันเป็นอย่างไรบ้าง)
  • Has it changed much since you were a child?
    (มันเปลี่ยนไปเยอะไหม ตั้งแต่ตอนคุณยังเด็ก)
  • What do you like most about living there?
    (คุณชอบอะไรที่สุด ตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น)
  • What kinds of things can visitors to your hometown go and see?
    (นักท่องเที่ยวชอบไปที่ไหน หรือเยี่ยมชมอะไรบ้าง เมื่อไปที่บ้านเกิดของคุณ)
  • Do you think you will live there when you are older?
    (คุณคิดว่าคุณจะอาศัยอยู่ที่นั่นไหม หากคุณอายุมากขึ้น)

 

Studies (การเรียน)

I’d just like to ask you some questions about your studies.

  • What are you studying?
    (คุณกำลังเรียนด้านไหนอยู่)
  • Why did you choose that particular course?
    (ทำไมถึงเลือกเรียนวิชานั้น/สาขานั้น)
  • What is your favourite subject?
    (วิชาโปรดของคุณคืออะไร)
  • Are you friends with many other students on your course?
    (คุณมีเพื่อนที่เรียนด้วยกันเยอะไหม)
  • What job would you like when you have completed all your studies?
    (ถ้าเรียนจบแล้ว อยากทำงานประเภทไหน)
  • Will you have to do further studies in the future?
    (ในอนาคต คุณต้องเรียนต่อไหม)

 

ตัวอย่างคำถามใน IELTS Speaking Part 2

Sport and Exercise (กีฬา และการออกกำลังกาย)

Describe a type of exercise that you like to do. (อธิบายการออกกำลังกายที่คุณอยากทำ)

You should say:

  • What the exercise is (อยากลองออกกำลังกายอะไร)
  • When you do it  (ทำเมื่อไร)
  • Where you do it (ทำที่ไหน)

Explain why you like this particular exercise. (อธิบายว่าทำไมถึงชอบการออกกำลังกายประเภทนี้)


Travel (การท่องเที่ยว)

Describe a country you would like to visit in the future that you haven't been to yet.
(อธิบายประเทศที่คุณไม่เคยไป และอยากไปเที่ยวในอนาคต)

You should say:

  • Which country it is (ประเทศไหน)
  • Where it is located in the world (อยู่ส่วนไหนของโลก)
  • What you could see there (จะได้เห็นอะไรบ้างที่นั่น)

Explain why this country is would be such a good place to visit. (อธิบายว่าทำไมถึงอยากจะไปประเทศนั้นๆ และเป็นประเทศที่น่าไปเที่ยวเพราะอะไร)

 

ตัวอย่างคำถามใน IELTS Speaking Part 3

Transport (การขนส่ง)

  • How do most people travel long distances in your country?
    (คนส่วนใหญ่ในประเทศของคุณเดินทางไกลๆ ด้วยวิธีไหน)
  • Have the types of transport people use changed much over the last few decades?
    (วิธีการเดินทางของผู้คนเปลี่ยนไปเยอะไหม ในช่วงยี่สิบ สามสิบปีที่ผ่านมา)
  • What kinds of improvement have there been in transport in your country in recent years?
    (ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในประเทศของคุณมีการพัฒนาด้านระบบขนส่งอะไรบ้าง)
  • Do you think transport is likely to continue to improve in the future?
    (คุณคิดว่าระบบขนส่งน่าจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องไหมในอนาคต)


Education (การศึกษา)

  • How are education priorities today different from those in the past?
    (ลำดับความสำคัญด้านการศึกษาในปัจจุบัน แตกต่างจากในอดีตอย่างไร)
  • What is your opinion on the way languages are taught in schools?
    (คุณมีความเห็นอย่างไรถึงวิธีการสอนภาษาในโรงเรียน)
  • How can the type of school you go to affect career success?
    (ประเภทของโรงเรียนที่คุณเข้าเรียนมีผลกับความสำเร็จด้านอาชีพการงานในอนาคตอย่างไรบ้าง)
  • What changes do you think will happen in the classroom in the near future?
    (การเปลี่ยนแปลงอะไรที่คุณคิดว่าจะเกิดขึ้นในห้องเรียน ในอนาคตอันใกล้นี้)

 

★ Kru Jeab IELTS การันตี Band 7.0+ ★

ติว IELTS Academic ครูเจี๊ยบ

ติว IELTS General Training ครูเจี๊ยบ

ติว IELTS Online ครบทุกทักษะ เนื้อหาครบ เทคนิคเพียบ เก็งโจทย์แม่น!

★ ติว IELTS ครบทั้ง Listening/Reading/Writing/Speaking

★ ติวจากพื้นฐาน เจาะลึกข้อสอบทุกพาร์ท โจทย์ทุกแบบ

★ ตะลุยแนวข้อสอบเหมือนจริง เฉลยโดยครูเจี๊ยบ

★ การันตี 7.0+ (ไม่ถึงสามารถทวนคอร์สได้)

★ เรียนแบบ Online ไม่ต้องเดินทางไปไหน

โดย Darunwan