5 กฎเหล็ก ทำ ข้อสอบ TOEIC Part 7 ให้ทัน!

ทำ TOEIC Part 7 ไม่ทัน! เพราะบทความ Reading ทั้งยาว ทั้งเยอะ กาไม่ทันถึงข้อ 200! ถ้าเจอปัญหานี้ ลองแวะมาดู 5 ข้อสำคัญ ที่จะช่วยให้คุณทำ ข้อสอบ TOEIC พาร์ทนี้ได้ไว และหาคำตอบได้เร็วขึ้น


ทำไมทำ ข้อสอบ TOEIC พาร์ท 7 ไม่ทัน?

คนสอบส่วนใหญ่ มักจะมีปัญหากับ ข้อสอบ TOEIC Part 7 (Reading Comprehension) มากๆ และเป็นพาร์ที่คนพลาดเยอะสุด ทำไม่ทัน หรือเหนื่อยจากข้อสอบพาร์ทก่อนหน้ามาแล้ว สุดท้าย ทิ้งดิ่งบ้าง กามั่วบ้าง หรือไม่ก็หมดเวลาก่อน ฝนไม่ครบถึงข้อ 200 กัน T_T ลองมาดูสาเหตุกันว่าทำไมถึงมีปัญหากับพาร์ทนี้มากที่สุดนะ?

  • ไม่มีหลักในการทำ ข้อสอบ TOEIC Part 7 ได้แต่เปิดอ่านเรื่อยๆ แล้วตอบ
  • ไม่รู้จะมองหาคำตอบยังไง สุดท้ายก็ไปเริ่มอ่านเอาตั้งแต่ต้นแทน
  • หาคำตอบไม่เจอ ใช้เวลางมกับบทความนานเกินไป (บางคนเป็นจริงๆ มองแล้ว มองอีก ทำไมไม่เจอคำตอบ!)
  • สมองล้าเกินไป ทำให้อ่านอะไร มองอะไรก็ไม่เข้าหัวแล้ววว

ทั้งหมดทั้งมวล มันจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้ารู้เทคนิคกันก่อนว่าเจอ TOEIC Part 7 แล้ว ต้องจัดการกับมันยังไงบ้าง ถ้าอยากทำให้ทันครบ 200 ข้อ และทำได้แบบได้คะแนนด้วย ลองตามมาดูเทคนิค 5 ข้อนี้กันเลย!

 

5 กฏเหล็ก ทำ TOEIC Part 7 ให้ทัน!

1. อ่านโจทย์ก่อนเสมอ

ทำไมต้องอ่านโจทย์ก่อน? -- อย่าลืมว่าเรามีเวลาแค่ 75 นาทีเท่านั้น (และนั่นคือสำหรับ TOEIC พาร์ท Reading 5-6-7 ทั้งหมดด้วย) ถ้าใครยิ่งทำพาร์ท 5-6 ช้า ก็จะมีเวลาเหลือมาถึงพาร์ท 7 น้อยลงไปอีก ดังนั้น "การเริ่มอ่านจากบทความก่อน ทำให้เสียเวลามาก" และสุดท้ายก็กลายเป็นทำไม่ทัน
 


 

นอกจากนี้การอ่านโจทย์ก่อน มีข้อดีคือ ช่วยให้เรารู้ว่าควรไปมองหาคำตอบจากตรงไหน เพราะโจทย์แต่ละแบบก็จะมีจุดที่สามารถนำมาเป็น keyword ในการหาคำตอบได้ อีกทั้งการอ่านโจทย์ก่อนจะช่วยให้เราเลือกทำโจทย์ได้ ตามลำดับ (คือโจทย์แบบไหนทำได้เร็วก็ทำก่อน แบบไหนใช้เวลาก็ไว้ทำทีหลัง)

 

2. เลือกทำโจทย์ก่อน-หลัง

เคยสังเกตไหม? ว่าในโจทย์แต่ละชุด ก็จะมีประเภทคำถามที่ไม่เหมือนกัน และนั่นจะเป็นอีกจุดที่ทำให้ทำข้อสอบ TOEIC Part 7 ได้เร็วขึ้น ถ้ารู้ว่าโจทย์แบบไหนควรทำก่อน หรือเก็บไว้ทำหลังสุด ทำแบบนี้จะลดเวลาในการหาคำตอบได้เยอะเลย
 


 

ประเภทของโจทย์จะมีตามนี้คือ (เรียงตามลำดับที่ควรทำก่อน-หลัง)

1. ถามศัพท์ (synonym)

ประเภทนี้ควรมองหา และทำก่อนเพื่อนเลย เพราะว่ามีศัพท์ที่จะถามมาให้แล้ว ไม่ต้องไปมองหาอีก และถ้าแม่นพอ อาจจะตอบได้เลย ไม่ต้องกลับไปอ่านในบทความ หรือถ้าเพื่อเช็คให้ชัวร์ ก็สามารถมองหาได้เร็ว เพราะโจทย์จะระบุไว้แล้วว่าศัพท์คำนั้น อยู่ตรงไหน

2. ถามเกี่ยวกับตัวเลข

ประเภทนี้ทำได้ไวพอๆ กับแบบที่ 1 เพราะว่าตัวเลขจะมองง่าย สามารถเป็น keyword ในการมองหาคำตอบได้อย่างรวดเร็ว

*ถ้าเป็นโจทย์ของ Double Passages (บทความคู่) อย่าลืมเช็คคำตอบให้ดีก่อน เผื่อมีหลอกนะ

3. ถามรายละเอียดต่างๆ

โจทย์แบบนี้ เริ่มใช้เวลามากขึ้นมาอีกหน่อย แต่ก็ยังพอไหว เพราะอย่างน้อยในโจทย์ มักจะมี keyword มาให้แล้ว ใช้เป็นคำสำคัญในการมองหาคำตอบได้เลย (อาจต้องเผื่อใจว่าคำศัพท์ที่ใช้ในตัวเลือกคำตอบ อาจจะเป็นการ paraphrase หรือว่าเลี่ยงไปใช้ synonyms แทน ดังนั้นอาจจะไม่เจอคำตอบที่เป็นคำตรงกันกับในบทความเป๊ะๆ)

4. ถาม NOT

ส่วนคำถามที่ควรเก็บไว้ทำท้ายสุดคือพวกที่ถาม NOT ทั้งหลาย คำถามประเภทนี้ต้องมองหา “ข้อผิด” ดังนั้นแสดงว่าจะตัดตัวเลือกได้ ต้องเช็คตัวเลือก 3 ข้อว่าถูกตามเนื้อเรื่องไหม เลยจะทำให้เสียเวลาในการแสกนหาข้อมูลจากเนื้อเรื่องเยอะกว่าโจทย์แบบอื่นๆ

 

3. จับ Keyword ให้เป็น

เมื่ออ่านโจทย์แล้ว ก็ต้องรู้จักมองว่าคำไหนจากโจทย์ หรือตัวเลือก ควรจะเป็น keyword ที่ช่วยในการหาคำตอบได้
 


 

ลองดูตัวอย่างโจทย์ และการหา keywords เช่น

Why does the writer recommend shopping at Harbor Mall?

What is mentioned about vending machines?

What is indicated about the CMDA study?

What is suggested about Mr. Brandson?

How are candidates instructed to apply for the secretary position?

What information is NOT included in Mr. Palmer’s e-mail?

จากตัวอย่างคำถาม คำที่ขีดเส้นใต้จะเป็น keyword ให้ไว้ใช้แสกนบทความ เพื่อมองหาคำตอบได้ ดังนั้นเวลาฝึกทำโจทย์ ลองฝึกมองหา keyword ไปด้วย จะช่วยให้ทำข้อสอบเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น

อีกข้อที่ต้องระวังคือ: keyword จากโจทย์ มักจะไม่ใช่คำเดียวกันกับที่อยู่ในเนื้อเรื่อง แต่จะเป็นการใช้คำเหมือน หรือเขียนต่างออกไป แต่มีความหมายเหมือนกันเช่น

What course focuses on using technology in presentations?”

จากโจทย์ keyword คือ 'using technology in presentations' แต่พอดูจากเนื้อเรื่อง จะเจอ

….This course will equips participants with knowledge of the latest techniques in both teleconferencing and videoconferencing.

ซึ่งส่วนที่ขีดเส้น มีความหมายเหมือนกับ keyword ที่โจทย์ให้มานั่นเอง ดังนั้นคำตอบก็จะอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้

สรุปคือในการมองหา keyword ถ้าไม่เจอคำตรงๆ แล้ว ต้องมองหาจากคำหรือส่วนที่มีความหมายเหมือนกับที่โจทย์กล่าวถึง (ส่วนใหญ่ข้อสอบจะชอบบิดคำหน่อย ให้ไม่เหมือนกันเป๊ะๆ)

 

4. บทความคู่ ให้เช็คคำตอบก่อนกา

ข้อนี้ต้องระวัง จะชอบมีโจทย์หลอกล่อ โดยเฉพาะในบทความคู่ ที่ต้องเชื่อมโยงข้อมูลกัน เพราะบางทีเจอคำตอบแล้วจากเนื้อเรื่องส่วนแรก แต่ถ้าไปอ่านดีๆ จากส่วนที่ 2 ด้วย คำตอบจะเปลี่ยนไป ส่วนมากที่เจอมักจะเป็นพวกจำนวนสินค้า คน หรือของที่จะสั่ง หรือไม่ก็เป็นวัน เวลา สถานที่เช่น วันนัดหมาย เลื่อนเวลาประชุม หรือเปลี่ยนสถานที่นัดหมาย
 

 

5. เตรียมใจบวก-ลบเลข

จุดนี้เป็นอีกข้อที่ทำให้คนสอบลนได้ เพราะมองหาคำตอบแล้ว ไม่เจอในบทความ! เพราะเขาจะไม่ให้ตัวเลขเป๊ะๆ มา แต่จะเป็นเหมือนข้อมูลคำใบ้ให้ ให้มาคิดต่อเองอีกนิด (ข้อแบบนี้ส่วนมากจะเจอในบทความ Double Passages มากกว่า)
 

 

เช่นเจอโจทย์แบบนี้

“How much money does Mark Simson need to pay?”

(A) $20
(B) $30
(C) $35
(D) $40

 

ในอีเมล Mark ระบุแค่ว่า  “I would like to rent two booths.”

ส่วนในตารางเทศกาลงานแฟร์ มีข้อมูลบอกว่า

“…The booth rental rate is $20 for one booth, but you will receive a $5 discount if you rent two booths and more.”

เท่ากับว่า Mark เช่า 2 บูท = $40 แต่ในข้อมูลบอกว่าถ้าจองตั้งแต่ 2 ขึ้นไป จะได้ส่วนลด $5 แสดงว่าสุดท้ายแล้ว Mark ต้องจ่ายเงินแค่ $35 เพราะได้ส่วนลด ($40 - $5 = $35)

แบบนี้ก็ถือว่าเป็นข้อโหดอยู่เพราะ เวลาสอบจริงทุกอย่างจะเร่งไปหมด ทำให้พลาดกับรายละเอียดเล็กๆ แบบนี้ได้ แต่ข้อแบบนี้จะไม่ออกมาเยอะ ส่วนใหญ๋ทั่วไปก็จะมีบอกตรงๆ ในบทความอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ต้องกังวลมาก

 

หวังว่า 5 เทคนิคนี้จะช่วยให้ทุกคนทำข้อสอบได้ทัน ทำได้แม่นยำ คว้าคะแนน TOEIC สวยๆ กันได้ทุกคนนะคะ :)

 

ติวแน่น จัดเต็มทุกเนื้อหา เทคนิค แนวข้อสอบอัพเดท! กับครูดิวในคอร์ส

KruDew TOEIC (ทดลองเรียนฟรี!)

- ไม่มีพื้นฐาน ก็เรียนได้ เพราะครูดิวมีเทคนิค สอนให้เข้าใจง่ายๆ

- เทคนิคทำคะแนนครบทั้ง 7 พาร์ท ใช้ได้ผล อัพคะแนนได้จริง!

- แนวข้อสอบอัพเดทสดใหม่ ผ่านประสบการณ์ตรงของครูดิว

- เรียนผ่าน Online ไม่ต้องเดินทางให้วุ่นวาย เรียนเมื่อไรก็ได้

- หนังสือเรียนส่งให้ฟรี ถึงบ้าน

- ทวนได้ไม่อั้นภายในระยะเวลาคอร์ส

- การันตี 750+ (หากไม่ถึง นำผลคะแนนมายื่นเรียนทวนฟรี!)

เริ่มติวกับ KruDew TOEIC ได้ตอนนี้เลย ! www.opendurian.com/toeic_krudew